จริยธรรมสัตว์ (Animal Ethics)#
ปรัชญา · จริยศาสตร์สัตว์ / ปรัชญาสัตว์ (Animal Philosophy) / จริยธรรมเหนือมนุษย์ (More-than-Human Ethics)
คำอธิบายให้เห็นภาพ#
จริยธรรมสัตว์ (Animal Ethics) หรือที่บางครั้งเรียกว่าปรัชญาสัตว์ (Animal Philosophy) หรือจริยธรรมเหนือมนุษย์ (More-than-Human Ethics) เป็นสายปรัชญาที่ตั้งคำถามกับเส้นแบ่งระหว่าง "มนุษย์" กับ "สัตว์" ไม่ใช่เพียงในเชิงชีววิทยา แต่ในเชิงศีลธรรม จิตใจ ภาษา กฎหมาย ความทุกข์ ความสัมพันธ์ และการมีโลกของตนเอง
สายนี้ไม่ได้ถามเพียงว่ามนุษย์ควรใจดีกับสัตว์หรือไม่ แต่ถามลึกกว่านั้นว่า สัตว์มีสถานะทางศีลธรรมหรือไม่ ความเจ็บปวดของสัตว์นับเท่ากับความเจ็บปวดของมนุษย์หรือไม่ สัตว์มีสิทธิหรือไม่ สัตว์มีชีวิตของตนเองหรือไม่ และสัตว์เป็นเพียงทรัพย์สินของมนุษย์ หรือเป็นผู้มีประสบการณ์ของโลก
ประเด็นสำคัญที่สายนี้พิจารณาครอบคลุมถึงการกินสัตว์ การทดลองกับสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ในฟาร์ม การขังสัตว์ในสวนสัตว์ และการใช้สัตว์เพื่อความบันเทิง ว่าสิ่งเหล่านี้ถูกทำให้เป็นเรื่องปกติผ่านระบบคิดแบบใด และเหตุใดคำว่า "สัตว์" จึงมักถูกใช้ในเชิงลดค่า ทั้งที่มนุษย์เองก็เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งเช่นกัน
สายนี้จึงตั้งคำถามโดยตรงต่อภาพมนุษย์แบบเดิมที่มองว่าตนเองสูงกว่าสัตว์อื่น เพราะพูดได้ ใช้เหตุผลได้ มีวัฒนธรรม มีศาสนา มีจิตวิญญาณ หรือสามารถตั้งชื่อสิ่งอื่นได้ คำถามหลักคือความสามารถเหล่านี้ให้สิทธิมนุษย์กระทำต่อสัตว์ได้จริงหรือไม่ และหากสัตว์บางชนิดไม่สื่อสารด้วยภาษาของมนุษย์ ก็ไม่ได้แปลว่าสัตว์เหล่านั้นไม่มีโลกของตนเอง ปัญหาอาจไม่ใช่ว่าสัตว์ไม่มีภาษา แต่อาจเป็นเพราะมนุษย์ยังไม่สามารถเข้าใจภาษาที่ต่างออกไป
ความเป็นมาและกรอบความคิด#
จริยธรรมสัตว์ในฐานะสายวิชาการเริ่มมีรากฐานสำคัญจากงานของเจเรมี เบนธัม (Jeremy Bentham) ผู้เปลี่ยนกรอบคำถามจาก "สัตว์ใช้เหตุผลได้หรือไม่" ไปสู่คำถามว่า "สัตว์ทุกข์ได้หรือไม่" ซึ่งวางฐานให้กับแนวคิดที่ว่าความสามารถในการรับทุกข์ (sentience) เพียงพอที่จะทำให้สัตว์ถูกนับเข้าในวงพิจารณาทางศีลธรรม
จากฐานนี้ สายจริยธรรมสัตว์ได้แตกแขนงออกเป็นหลายกระแสความคิด ทั้งแนวอรรถประโยชน์นิยม (utilitarianism) ที่เน้นการลดความทุกข์ แนวทฤษฎีสิทธิสัตว์ (animal rights theory) ที่เน้นคุณค่าในตัวเองของสัตว์ แนวสวัสดิภาพสัตว์ (animal welfare) ที่เน้นคุณภาพชีวิต แนวการเมืองสัตว์ (animal political theory) ที่มองสัตว์ในฐานะสมาชิกของชุมชนการเมือง ตลอดจนแนวสตรีนิยมเชิงนิเวศ (ecofeminism) และแนวสหสายพันธุ์ (multispecies studies) ที่เชื่อมโยงจริยธรรมสัตว์เข้ากับเพศสภาพ วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ข้ามสายพันธุ์
สายนี้จึงไม่ใช่ทฤษฎีเดียว แต่เป็นกลุ่มความคิดที่หลากหลาย ตั้งแต่ระดับปรัชญาศีลธรรมนามธรรมไปจนถึงชีววิทยาพฤติกรรมสัตว์ (ethology) และการเมืองว่าด้วยสิทธิ
นักคิดสำคัญ#
เจเรมี เบนธัม (Jeremy Bentham)#
- ผลงานสำคัญ: An Introduction to the Principles of Morals and Legislation, The Principles of Penal Law, งานด้านอรรถประโยชน์นิยม (utilitarianism) และการปฏิรูปกฎหมาย
- แนวคิดหลัก: เบนธัมเป็นฐานสำคัญของจริยธรรมสัตว์สมัยใหม่ เพราะเปลี่ยนคำถามจาก "สัตว์ใช้เหตุผลได้หรือไม่" หรือ "สัตว์พูดได้หรือไม่" ไปสู่คำถามที่ว่า "สัตว์ทุกข์ได้หรือไม่" หากความทุกข์เป็นสิ่งที่นับในทางจริยธรรม สัตว์ที่รู้สึกเจ็บปวดได้ก็ไม่ควรถูกผลักออกจากวงศีลธรรมเพียงเพราะไม่ใช่มนุษย์ เบนธัมไม่ได้ทำให้สัตว์เท่ากับมนุษย์ในทุกมิติ แต่เปิดประเด็นว่าความสามารถในการทุกข์เป็นเหตุผลเพียงพอให้สัตว์ถูกนับทางศีลธรรม
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การรู้สึกรับรู้ (sentience) ความทุกข์ (suffering) อรรถประโยชน์นิยม (utilitarianism) การพิจารณาทางศีลธรรม (moral consideration) ความเจ็บปวดของสัตว์ (animal pain) และหลักการพิจารณาอย่างเท่าเทียม (equality of consideration)
ปีเตอร์ ซิงเกอร์ (Peter Singer)#
- ผลงานสำคัญ: Animal Liberation, Practical Ethics, The Expanding Circle, Ethics in the Real World
- แนวคิดหลัก: ซิงเกอร์เป็นนักคิดสำคัญที่สุดคนหนึ่งของจริยธรรมสัตว์ร่วมสมัย เขาเสนอว่าการให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของมนุษย์มากกว่าสัตว์เพียงเพราะเป็นคนละสปีชีส์ คือ speciesism หรืออคติทางเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ แกนความคิดของซิงเกอร์คือหลักการพิจารณาผลประโยชน์อย่างเท่าเทียม (equal consideration of interests) หากสัตว์สามารถทุกข์ได้ ความทุกข์นั้นต้องถูกนับ ไม่ใช่ถูกลดค่าทันทีเพราะไม่ใช่มนุษย์ ซิงเกอร์ใช้ฐานอรรถประโยชน์นิยม จึงไม่ได้เน้นเรื่อง "สิทธิสัตว์" แบบรีแกน แต่เน้นการลดความทุกข์และคำนวณผลกระทบทางศีลธรรมของการกระทำของมนุษย์ โดยเฉพาะฟาร์มอุตสาหกรรม การทดลองกับสัตว์ และการบริโภคสัตว์
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การปลดปล่อยสัตว์ (Animal Liberation) speciesism หลักการพิจารณาผลประโยชน์อย่างเท่าเทียม การรู้สึกรับรู้ อรรถประโยชน์นิยมด้านสัตว์ ฟาร์มอุตสาหกรรม (factory farming) และอรรถประโยชน์นิยมเชิงความพึงพอใจ (preference utilitarianism)
ทอม รีแกน (Tom Regan)#
- ผลงานสำคัญ: The Case for Animal Rights, Empty Cages, Animal Rights, Human Wrongs, Defending Animal Rights
- แนวคิดหลัก: รีแกนเป็นฐานสำคัญของทฤษฎีสิทธิสัตว์ (animal rights theory) เขาไม่พอใจกับการมองสัตว์เพียงในฐานะผู้รับความทุกข์ที่ต้องลดปริมาณความเจ็บปวด แต่เสนอว่าสัตว์บางกลุ่มเป็น "ผู้เป็นเจ้าของชีวิตตนเอง" (subjects-of-a-life) กล่าวคือสัตว์มีชีวิตที่เป็นของตนเอง มีประสบการณ์ ความทรงจำ ความกลัว ความปรารถนา ความพึงพอใจ และความต่อเนื่องของชีวิต สำหรับรีแกน สัตว์ที่เป็น subjects-of-a-life มีคุณค่าในตัวเอง (inherent value) จึงไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเป้าหมายของมนุษย์ แม้การใช้นั้นจะสร้างประโยชน์จำนวนมากก็ตาม
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สิทธิสัตว์ (animal rights) ผู้เป็นเจ้าของชีวิตตนเอง คุณค่าในตัวเอง ทฤษฎีสิทธิ (rights theory) การปฏิเสธการใช้เป็นเครื่องมือ (anti-instrumentalism) สถานะทางศีลธรรม (moral status) และการเคารพ (respect)
แมรี มิดจ์ลีย์ (Mary Midgley)#
- ผลงานสำคัญ: Beast and Man, Animals and Why They Matter, The Ethical Primate, Evolution as a Religion
- แนวคิดหลัก: มิดจ์ลีย์วิจารณ์ภาพมนุษย์ที่พยายามแยกตนเองออกจากสัตว์อย่างเด็ดขาด เธอมองว่ามนุษย์ไม่ใช่เหตุผลบริสุทธิ์ที่ลอยอยู่เหนือโลกสัตว์ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอารมณ์ สัญชาตญาณ ความสัมพันธ์ และความต่อเนื่องกับสัตว์อื่น มิดจ์ลีย์มีความสำคัญเพราะเธอไม่ปล่อยให้จริยธรรมสัตว์เป็นเพียงการคำนวณความทุกข์หรือการประกาศสิทธิ แต่พาไปสู่คำถามว่าเหตุใดมนุษย์จึงต้องปฏิเสธความเป็นสัตว์ในตัวเอง เธอช่วยทำให้สัตว์ไม่ใช่สิ่งที่ต่ำกว่า แต่เป็นดั่งกระจกที่ทำให้มนุษย์เห็นตนเองชัดเจนขึ้น
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มนุษย์ในฐานะสัตว์ (human animal) จินตนาการทางศีลธรรม (moral imagination) ความต่อเนื่องกับสัตว์ (continuity with animals) และการต่อต้านการลดทอน (anti-reductionism)
เบอร์นาร์ด รอลลิน (Bernard Rollin)#
- ผลงานสำคัญ: Animal Rights and Human Morality, The Unheeded Cry, Science and Ethics, Putting the Horse before Descartes
- แนวคิดหลัก: รอลลินมีความสำคัญอย่างยิ่งในประเด็นสัตว์ทดลอง วิทยาศาสตร์ สัตวแพทย์ และความรับผิดชอบของมนุษย์ต่อสัตว์ที่อยู่ในระบบของมนุษย์ เขาเสนอแนวคิดเรื่อง telos ของสัตว์ กล่าวคือสัตว์แต่ละชนิดมีธรรมชาติ วิถีชีวิต ความต้องการ และรูปแบบความเจริญงอกงามของตนเอง การปฏิบัติต่อสัตว์อย่างมีจริยธรรมจึงไม่ใช่เพียงการไม่ทำให้เจ็บปวด แต่ต้องไม่ทำลาย telos ของสัตว์นั้น เช่น หมูควรได้ทำสิ่งที่เป็นธรรมชาติของหมู ไก่ควรได้ทำสิ่งที่เป็นธรรมชาติของไก่ ม้าควรได้มีชีวิตที่สอดคล้องกับความเป็นม้า
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ telos สวัสดิภาพสัตว์ (animal welfare) จริยธรรมสัตวแพทย์ (veterinary ethics) สัตว์ทดลอง (laboratory animals) และธรรมชาติของสัตว์ (animal nature)
มาร์ธา นัสบอม (Martha C. Nussbaum)#
- ผลงานสำคัญ: Justice for Animals, Frontiers of Justice, Creating Capabilities, Women and Human Development
- แนวคิดหลัก: นัสบอมใช้แนวทางความสามารถ (capabilities approach) เพื่อคิดเรื่องความยุติธรรมต่อสัตว์ สำหรับเธอ สัตว์ไม่ควรถูกปกป้องเพียงเพื่อไม่ให้เจ็บปวด แต่ควรมีโอกาสเจริญงอกงามตามแบบชีวิตของตนเอง คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าสัตว์เจ็บหรือไม่ แต่คือสัตว์ตัวนั้นควรมีชีวิตแบบใดจึงจะสมศักดิ์ศรีของสัตว์ชนิดนั้น เช่น ช้างควรมีพื้นที่ ความสัมพันธ์ ความทรงจำ และสังคมของช้าง นกควรได้บิน ปลาไม่ควรถูกมองเป็นเพียงหน่วยน้ำหนักของอาหาร นัสบอมมีความสำคัญเพราะเธอนำจริยธรรมสัตว์เข้าสู่ภาษาของความยุติธรรม (justice) ไม่ใช่เพียงความเมตตา (compassion)
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ แนวทางความสามารถ (capabilities approach) ความยุติธรรมต่อสัตว์ ความเจริญงอกงาม (flourishing) ศักดิ์ศรีของสัตว์ (animal dignity) สิ่งมีชีวิตที่รู้สึกรับรู้ (sentient beings) ชีวิตเฉพาะสายพันธุ์ (species-specific life) และความยุติธรรมเชิงการเมือง (political justice)
คริสทีน คอร์สการ์ด (Christine M. Korsgaard)#
- ผลงานสำคัญ: Fellow Creatures, The Sources of Normativity, Self-Constitution, Creating the Kingdom of Ends
- แนวคิดหลัก: คอร์สการ์ดพยายามขยายจริยศาสตร์แบบคานท์ (Kantian ethics) ให้ครอบคลุมสัตว์อย่างจริงจัง ในแนวคิดคานท์แบบดั้งเดิม สัตว์มักถูกมองว่าไม่มีสถานะทางศีลธรรมโดยตรงเทียบเท่ามนุษย์ เพราะไม่ได้เป็นตัวการที่มีเหตุผล (rational agents) แบบมนุษย์ แต่คอร์สการ์ดเสนอว่าสัตว์เป็น "เพื่อนร่วมสรรพชีวิต" (fellow creatures) คือสิ่งมีชีวิตที่มีชีวิตเป็นของตนเอง และสิ่งต่าง ๆ สามารถดีหรือเลวสำหรับสัตว์นั้นได้ เธอตั้งคำถามว่าหากยอมรับว่าชีวิตมนุษย์มีความสำคัญเพราะเป็นชีวิตของผู้มีประสบการณ์ เหตุใดจึงจะปฏิเสธความสำคัญของชีวิตสัตว์ คอร์สการ์ดมีความสำคัญเพราะไม่ได้ใช้ฐานความรู้สึกสงสารเพียงอย่างเดียว แต่พยายามนำสัตว์เข้ามาในกรอบหน้าที่และเหตุผลทางศีลธรรม
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เพื่อนร่วมสรรพชีวิต จริยธรรมสัตว์แบบคานท์ (Kantian animal ethics) สิ่งที่ดีสำหรับ (good-for) คุณค่า (value) พันธะทางศีลธรรม (obligation) และสถานะทางศีลธรรม (moral standing)
แกรี ฟรานซิโอเน (Gary L. Francione)#
- ผลงานสำคัญ: Animals, Property, and the Law, Rain without Thunder, Introduction to Animal Rights, The Animal Rights Debate (ร่วมกับ Robert Garner)
- แนวคิดหลัก: ฟรานซิโอเนเป็นนักคิดสายการเลิกล้มสิทธิสัตว์ (abolitionist animal rights) เขาเสนอว่าปัญหาหลักคือสถานะของสัตว์ในฐานะทรัพย์สิน (property) ตราบใดที่สัตว์ยังเป็นทรัพย์สินของมนุษย์ ผลประโยชน์ของสัตว์จะถูกนับต่ำกว่าผลประโยชน์ของเจ้าของเสมอ ฟรานซิโอเนวิจารณ์การปฏิรูปสวัสดิภาพสัตว์ (animal welfare reform) ว่าแม้จะทำให้การใช้สัตว์ดูดีขึ้น แต่ยังคงยืนยันระบบที่มองสัตว์เป็นของใช้ของมนุษย์ เขาจึงเน้นการเลิกล้ม (abolition) มากกว่าการปรับปรุงสวัสดิภาพ ไม่ใช่เพียงปรับกรงให้ดีขึ้น แต่ตั้งคำถามว่าเหตุใดมนุษย์จึงมีสิทธิขังสัตว์ตั้งแต่แรก
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การเลิกล้ม (abolitionism) สัตว์ในฐานะทรัพย์สิน สิทธิสัตว์ วีแกน (veganism) การวิจารณ์การปฏิรูปสวัสดิภาพ สถานะบุคคลตามกฎหมาย (legal personhood) และการต่อต้านการแสวงประโยชน์ (anti-exploitation)
ซู โดนัลด์สัน และ วิลล์ คิมลิกา (Sue Donaldson & Will Kymlicka)#
- ผลงานสำคัญ: Zoopolis: A Political Theory of Animal Rights, Animal Rights, Multiculturalism, and the Left, งานด้านทฤษฎีการเมืองว่าด้วยสัตว์
- แนวคิดหลัก: โดนัลด์สันและคิมลิกาทำให้จริยธรรมสัตว์ขยับจากคำถามเรื่องความสงสารหรือสิทธิส่วนบุคคล ไปสู่ทฤษฎีการเมืองว่าด้วยสัตว์ (animal political theory) ในหนังสือ Zoopolis ทั้งสองเสนอว่าสัตว์ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับมนุษย์แบบเดียวกันทั้งหมด สัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ที่ถูกทำให้เชื่อง (domesticated) ควรถูกมองคล้ายสมาชิกในชุมชนการเมือง สัตว์ป่าควรถูกมองคล้ายชุมชนอิสระที่มีอำนาจอธิปไตย (sovereignty) ของตนเอง ส่วนสัตว์ที่อยู่ในพื้นที่ก้ำกึ่ง (liminal animals) เช่น นกพิราบ กระรอก หนู หรือแมวจร ควรถูกคิดในฐานะผู้อยู่อาศัยร่วมพื้นที่ (denizens) แนวคิดนี้สำคัญเพราะทำให้สัตว์ไม่ใช่เพียง "ผู้ถูกคุ้มครอง" แต่เป็นสมาชิกของโลกการเมืองที่มนุษย์ต้องออกแบบสังคมร่วมด้วย
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ Zoopolis สิทธิพลเมืองของสัตว์ (animal citizenship) สัตว์ที่ถูกทำให้เชื่อง อำนาจอธิปไตยของสัตว์ป่า สัตว์ในพื้นที่ก้ำกึ่ง การเป็นผู้อยู่อาศัยร่วม (denizenship) และสิทธิสัตว์เชิงการเมือง
ลอรี กรูเอิน (Lori Gruen)#
- ผลงานสำคัญ: Entangled Empathy, Ethics and Animals, The Ethics of Captivity, Ecofeminism: Feminist Intersections with Other Animals and the Earth (ร่วมบรรณาธิการกับ Carol J. Adams)
- แนวคิดหลัก: กรูเอินเสนอแนวคิดความเห็นอกเห็นใจที่พัวพัน (entangled empathy) คือความเห็นอกเห็นใจที่ตระหนักว่ามนุษย์อยู่พัวพันกับชีวิตสัตว์อยู่แล้ว เธอไม่ต้องการให้จริยธรรมสัตว์เป็นเพียงกฎนามธรรมหรือความสงสารผิวเผิน แต่เป็นการตอบสนองต่อสัตว์แต่ละตัวในฐานะผู้มีความต้องการ ความเปราะบาง ความสัมพันธ์ และมุมมองเฉพาะของตนเอง คำว่า "พัวพัน" (entangled) สำคัญมาก เพราะมนุษย์ไม่ได้ยืนอยู่นอกโลกสัตว์แล้วเลือกว่าจะเมตตาหรือไม่ แต่เกี่ยวพันกับสัตว์ผ่านอาหาร เมือง วิทยาศาสตร์ บ้าน ฟาร์ม ป่า อุตสาหกรรม และความทรงจำร่วมอยู่แล้ว
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความเห็นอกเห็นใจที่พัวพัน จริยธรรมสัตว์ การถูกกักขัง (captivity) ความเห็นอกเห็นใจ (empathy) ความสัมพันธ์มนุษย์-สัตว์ ความเปราะบาง (vulnerability) และการดูแล (care)
แครอล เจ. อดัมส์ (Carol J. Adams)#
- ผลงานสำคัญ: The Sexual Politics of Meat, The Pornography of Meat, Neither Man nor Beast, Ecofeminism: Feminist Intersections with Other Animals and the Earth (ร่วมบรรณาธิการกับ Lori Gruen)
- แนวคิดหลัก: อดัมส์เชื่อมโยงสตรีนิยม (feminism) จริยธรรมสัตว์ มังสวิรัตินิยม และการเมืองว่าด้วยร่างกายเข้าด้วยกัน แนวคิดสำคัญของเธอคือ "ผู้ถูกอ้างอิงที่ขาดหาย" (absent referent) กล่าวคือในระบบบริโภคเนื้อ สัตว์ตัวจริงหายไปจากจานอาหาร เหลือเพียงคำว่าเนื้อ หมู ไก่ สเต๊ก หรือเบอร์เกอร์ ร่างของสัตว์ถูกแยกออกจากชีวิต ความกลัว ความเจ็บปวด และความเป็นตัวตนของมัน อดัมส์ยังวิเคราะห์ว่าการทำให้สัตว์เป็นวัตถุมีความสัมพันธ์กับการทำให้ร่างของผู้หญิงเป็นวัตถุในวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การเมืองทางเพศของเนื้อสัตว์ (sexual politics of meat) ผู้ถูกอ้างอิงที่ขาดหาย สตรีนิยมเชิงนิเวศ (ecofeminism) การทำให้เป็นวัตถุ (objectification) วัฒนธรรมการบริโภคเนื้อ และการเมืองของร่างกาย
วัล พลัมวูด (Val Plumwood)#
- ผลงานสำคัญ: Feminism and the Mastery of Nature, Environmental Culture, "Being Prey" งานด้านสตรีนิยมเชิงนิเวศและปรัชญาสิ่งแวดล้อม
- แนวคิดหลัก: พลัมวูดมีความสำคัญต่อปรัชญาสัตว์เพราะเธอรื้อโครงสร้างคู่ตรงข้าม (dualism) ที่ทำให้มนุษย์วางตนเองเหนือสัตว์และธรรมชาติ เธอวิจารณ์คู่ตรงข้ามเช่น มนุษย์/สัตว์ เหตุผล/ธรรมชาติ จิต/กาย วัฒนธรรม/ธรรมชาติ ชาย/หญิง ซึ่งมักจัดให้ฝ่ายแรกมีค่าสูงกว่าฝ่ายหลัง ประสบการณ์ที่เธอเกือบถูกจระเข้ทำร้ายซึ่งบันทึกไว้ใน "Being Prey" ทำให้เธอเขียนถึงมนุษย์ในฐานะเหยื่อ (prey) อย่างทรงพลัง มนุษย์ไม่ใช่เพียงผู้มองโลก ผู้ใช้โลก หรือผู้ตีความโลก แต่เป็นร่างกายที่ถูกกินได้ เป็นสัตว์ตัวหนึ่งในระบบชีวิต ข้อเสนอนี้ท้าทายภาพมนุษย์ว่าไม่ได้อยู่นอกห่วงโซ่อาหารของธรรมชาติ
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คู่ตรงข้ามมนุษย์/สัตว์ (human/animal dualism) Being Prey สตรีนิยมเชิงนิเวศ การครอบงำธรรมชาติ (mastery of nature) โครงสร้างคู่ตรงข้าม การมีร่างกาย (embodiment) และการต่อต้านมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (anti-anthropocentrism)
ดอนนา แฮราเวย์ (Donna Haraway)#
- ผลงานสำคัญ: When Species Meet, The Companion Species Manifesto, Staying with the Trouble, "A Cyborg Manifesto", "Situated Knowledges"
- แนวคิดหลัก: แฮราเวย์ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์หลุดจากกรอบ "มนุษย์เป็นผู้ดูแลสัตว์" แบบฝ่ายเดียว แนวคิด "สายพันธุ์ผู้ร่วมทาง" (companion species) ของเธอเสนอว่ามนุษย์กับสัตว์จำนวนมากสร้างกันและกันขึ้นมาในประวัติศาสตร์ร่วม เช่น คนกับสุนัข คนกับม้า คนกับสัตว์เลี้ยง คนกับสิ่งมีชีวิตอื่นในระบบบ้าน เมือง ฟาร์ม และวิทยาศาสตร์ เธอใช้คำว่า "การกลายเป็นร่วมกับ" (becoming-with) เพื่อสื่อว่ามนุษย์ไม่ได้เป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์ก่อนแล้วจึงไปสัมพันธ์กับสัตว์ทีหลัง แต่ความเป็นมนุษย์จำนวนมากเกิดขึ้นจากการอยู่ร่วม ฝึก รัก ใช้ ดูแล ทำร้าย และถูกเปลี่ยนแปลงโดยสัตว์อื่น
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สายพันธุ์ผู้ร่วมทาง การกลายเป็นร่วมกับ สหสายพันธุ์ (multispecies) ธรรมชาติ-วัฒนธรรม (natureculture) Staying with the Trouble ความรู้ที่มีตำแหน่งแห่งที่ (situated knowledge) และการร่วมก่อร่างมนุษย์-สัตว์
แวงเซียน เดเปรต์ (Vinciane Despret)#
- ผลงานสำคัญ: What Would Animals Say If We Asked the Right Questions?, The Body We Care For, Our Emotional Makeup, Living as a Bird
- แนวคิดหลัก: เดเปรต์เป็นนักคิดสำคัญในสาขาการศึกษาสัตว์ (animal studies) เพราะเธอตั้งคำถามว่าวิธีที่มนุษย์ตั้งคำถามกับสัตว์นั้นกำหนดว่าสัตว์จะสามารถตอบสนองแบบใดได้บ้าง สัตว์อาจดูเหมือนโง่ เฉยเมย หรือไร้ความสามารถ ไม่ใช่เพราะสัตว์ไม่มีโลกของตนเอง แต่เพราะคำถามของมนุษย์แคบเกินไปหรือถูกออกแบบจากอคติของมนุษย์เอง เดเปรต์ทำให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสัตว์ไม่ใช่เพียงการสังเกตวัตถุ แต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถามกับผู้ถูกถาม หากตั้งคำถามผิด สัตว์ก็ถูกบังคับให้ปรากฏตัวในแบบที่ผิดไปด้วย
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การศึกษาสัตว์ (animal studies) การตั้งคำถามที่ถูกต้อง พฤติกรรมวิทยา (ethology) ความสัมพันธ์มนุษย์-สัตว์ ความสามารถในการกระทำ (agency) การปฏิบัติทางวิทยาศาสตร์ และความสามารถในการตอบสนอง (response-ability)
จาค็อบ ฟอน อุกซ์คึล (Jakob von Uexküll)#
- ผลงานสำคัญ: A Foray into the Worlds of Animals and Humans, Theoretical Biology, งานด้านชีวสัญญะศาสตร์ (biosemiotics) และทฤษฎีโลกรอบตัว (Umwelt theory)
- แนวคิดหลัก: อุกซ์คึลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อปรัชญาสัตว์ เพราะเขาเสนอแนวคิด Umwelt หรือโลกแวดล้อมเชิงประสบการณ์ของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด สัตว์แต่ละชนิดไม่ได้อยู่ในโลกเดียวกันกับที่มนุษย์รับรู้ เห็บ สุนัข นก ผึ้ง ปลา และมนุษย์ ต่างมีโลกที่ถูกเปิดเผยตามประสาทสัมผัส สัญญาณ ความต้องการ และรูปแบบชีวิตของตนเอง แนวคิดนี้ทำให้หยุดคิดว่าสัตว์เป็นมนุษย์ที่ขาดบางสิ่งไป แต่ควรถามว่าสัตว์ชนิดนั้นมีโลกแบบใด นี่เป็นฐานสำคัญมากสำหรับจริยธรรมเหนือมนุษย์ เพราะหากสัตว์มี Umwelt ของตนเอง สัตว์นั้นก็ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุในโลกของมนุษย์
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ Umwelt ชีวสัญญะศาสตร์ โลกของสัตว์ ความหมาย (meaning) การรับรู้ (perception) โลกเฉพาะสายพันธุ์ และสิ่งแวดล้อมเชิงอัตวิสัย (subjective environment)
ฟรานส์ เดอ วาล (Frans de Waal)#
- ผลงานสำคัญ: Good Natured, Primates and Philosophers, The Age of Empathy, Mama's Last Hug, Are We Smart Enough to Know How Smart Animals Are?
- แนวคิดหลัก: เดอ วาลเป็นนักไพรเมตวิทยาที่มีอิทธิพลต่อปรัชญาสัตว์ เพราะเขาแสดงให้เห็นว่าสัตว์จำนวนมากมีความเห็นอกเห็นใจ (empathy) ความร่วมมือ (cooperation) การคืนดี (reconciliation) ความเศร้าโศก (grief) สติปัญญาทางสังคม และรูปแบบศีลธรรมเบื้องต้น เขาวิจารณ์ภาพมนุษย์ที่คิดว่าศีลธรรมเกิดจากเหตุผลบริสุทธิ์เพียงอย่างเดียว และชี้ว่าสิ่งที่มนุษย์มองว่าเป็นศีลธรรมของตนอาจมีรากทางวิวัฒนาการและสังคมสัตว์ เขามีความสำคัญเพราะช่วยลดช่องว่างระหว่างมนุษย์กับสัตว์โดยไม่ต้องโรแมนติไซส์สัตว์ สัตว์ไม่ได้เป็นนักบุญ แต่มนุษย์ก็ไม่ได้เป็นเจ้าของความรู้สึกทางศีลธรรมแต่เพียงฝ่ายเดียว
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความเห็นอกเห็นใจของสัตว์ จริยธรรมไพรเมต ศีลธรรมเชิงวิวัฒนาการ ความร่วมมือ การคืนดี สติปัญญาทางสังคม และจิตใจของสัตว์
มาร์ก เบคอฟฟ์ (Marc Bekoff)#
- ผลงานสำคัญ: The Emotional Lives of Animals, Wild Justice (ร่วมกับ Jessica Pierce), The Animal Manifesto, Canine Confidential
- แนวคิดหลัก: เบคอฟฟ์มีความสำคัญต่อการศึกษาชีวิตทางอารมณ์ของสัตว์ เขาเสนอว่าสัตว์จำนวนมากมีอารมณ์ ความสัมพันธ์ ความสนุกสนาน ความเศร้า ความกลัว และรูปแบบพฤติกรรมที่บ่งชี้ถึงความซับซ้อนทางสังคม ในหนังสือ Wild Justice ที่เขียนร่วมกับเจสสิกา เพียร์ซ เบคอฟฟ์กล่าวถึงชีวิตทางศีลธรรมของสัตว์ ว่าสัตว์สังคมบางชนิดมีรูปแบบความเป็นธรรม การเล่นที่มีกติกา การลงโทษ การให้อภัย หรือความคาดหวังทางสังคม เบคอฟฟ์ช่วยให้ปรัชญาสัตว์มีฐานเชื่อมโยงกับพฤติกรรมวิทยาและพฤติกรรมสัตว์จริง
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ชีวิตทางอารมณ์ของสัตว์ Wild Justice อารมณ์ของสัตว์ ศีลธรรมของสัตว์ การเล่น ความผูกพันทางสังคม และพฤติกรรมวิทยาเชิงปัญญา (cognitive ethology)
โครา ไดมอนด์ (Cora Diamond)#
- ผลงานสำคัญ: "Eating Meat and Eating People", The Realistic Spirit, งานด้านจริยศาสตร์ ปรัชญาแบบวิตต์เกนสไตน์ และสัตว์
- แนวคิดหลัก: ไดมอนด์วิจารณ์แนวทางจริยธรรมสัตว์ที่พยายามตัดสินสัตว์ด้วยรายการคุณสมบัติ เช่น มีเหตุผลหรือไม่ มีภาษาหรือไม่ รู้ตัวเองหรือไม่ เจ็บปวดหรือไม่ เธอเสนอว่าความสัมพันธ์ทางศีลธรรมที่มนุษย์มีต่อสัตว์ไม่ควรถูกลดทอนเหลือเพียงการหาคุณสมบัติที่ทำให้สัตว์ผ่านเกณฑ์ ในบทความ "Eating Meat and Eating People" เธอตั้งคำถามว่าเหตุใดมนุษย์จึงกินสัตว์บางชนิดได้แต่ไม่กินมนุษย์ด้วยกัน และคำตอบไม่ได้อยู่ที่ความฉลาดหรือความเจ็บปวดเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับวิธีที่มนุษย์มองชีวิต ร่างกาย ความตาย และความเป็นเพื่อนร่วมโลก ไดมอนด์มีความสำคัญเพราะทำให้จริยธรรมสัตว์มีความละเอียดอ่อนทางภาษาและจินตนาการทางศีลธรรมมากขึ้น
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ "Eating Meat and Eating People" จินตนาการทางศีลธรรม จริยศาสตร์แบบวิตต์เกนสไตน์ สัตว์และมโนทัศน์ เพื่อนร่วมสรรพชีวิต และความยากลำบากของความเป็นจริง (difficulty of reality)
อภิธานศัพท์#
- สถานะทางศีลธรรมของสัตว์ (Moral Status of Animals) — คำถามว่าสัตว์มีสถานะทางศีลธรรมหรือไม่ และหากมี สถานะนั้นมีน้ำหนักเพียงใดเมื่อเทียบกับผลประโยชน์ของมนุษย์
- การรู้สึกรับรู้ (Sentience) — ความสามารถในการรู้สึก โดยเฉพาะความเจ็บปวด ความสุข ความกลัว และประสบการณ์เชิงอารมณ์
- Speciesism — อคติที่ให้คุณค่ากับมนุษย์เหนือสัตว์ชนิดอื่นเพียงเพราะเป็นมนุษย์ โดยไม่มีเหตุผลทางศีลธรรมรองรับเพียงพอ
- หลักการพิจารณาผลประโยชน์อย่างเท่าเทียม (Equal Consideration of Interests) — หลักการของซิงเกอร์ที่ว่าผลประโยชน์ที่เท่ากันควรถูกนับเท่ากัน ไม่ว่าผู้มีผลประโยชน์นั้นจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์
- สิทธิสัตว์ (Animal Rights) — แนวคิดว่าสัตว์บางกลุ่มมีสิทธิหรือข้อเรียกร้องทางศีลธรรมที่มนุษย์ไม่ควรละเมิด
- ผู้เป็นเจ้าของชีวิตตนเอง (Subject-of-a-Life) — แนวคิดของรีแกนว่าสัตว์บางชนิดมีชีวิตที่เป็นของตนเอง มีประสบการณ์ ความทรงจำ ความต้องการ และความต่อเนื่องของชีวิต
- คุณค่าในตัวเอง (Inherent Value) — คุณค่าที่มีอยู่ในตัวเอง ไม่ใช่คุณค่าที่เกิดจากการถูกใช้ประโยชน์โดยมนุษย์
- สวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) — แนวคิดที่เน้นลดความทุกข์ เพิ่มคุณภาพชีวิต และปรับปรุงเงื่อนไขการดำรงชีวิตของสัตว์ แม้อาจยังไม่ปฏิเสธการใช้สัตว์ทั้งหมด
- การเลิกล้ม (Abolitionism) — แนวคิดที่มองว่าปัญหาหลักคือระบบที่ใช้สัตว์เป็นทรัพย์สิน จึงไม่เพียงพอที่จะปรับปรุงการใช้สัตว์ แต่ต้องเลิกการถือสัตว์เป็นของใช้โดยสิ้นเชิง
- สัตว์ในฐานะทรัพย์สิน (Animals as Property) — สถานะทางกฎหมายและเศรษฐกิจที่ทำให้สัตว์ถูกมองเป็นทรัพย์สินของมนุษย์ ไม่ใช่ผู้มีสิทธิหรือผลประโยชน์ของตนเอง
- Telos — ธรรมชาติหรือรูปแบบชีวิตเฉพาะของสัตว์แต่ละชนิด สิ่งที่ทำให้สัตว์ชนิดนั้นได้ดำเนินชีวิตตามแบบของมัน
- แนวทางความสามารถ (Capabilities Approach) — แนวคิดของนัสบอมที่ตั้งคำถามว่าสัตว์ควรมีเงื่อนไขใดเพื่อเจริญงอกงามตามชีวิตเฉพาะของสายพันธุ์นั้น
- ความเจริญงอกงาม (Flourishing) — การมีชีวิตที่เจริญงอกงาม ไม่ใช่เพียงปราศจากความเจ็บปวด แต่ได้ใช้ความสามารถ ความสัมพันธ์ และรูปแบบชีวิตของตนเองอย่างเต็มที่
- สิทธิพลเมืองของสัตว์ (Animal Citizenship) — แนวคิดว่าสัตว์ที่ถูกทำให้เชื่องบางกลุ่มควรถูกคิดในฐานะสมาชิกของชุมชนการเมืองที่มนุษย์มีหน้าที่ร่วมออกแบบชีวิตด้วย
- อำนาจอธิปไตยของสัตว์ป่า (Wild Animal Sovereignty) — แนวคิดว่าสัตว์ป่าควรมีพื้นที่และชุมชนชีวิตของตนเองที่มนุษย์ไม่ควรเข้าไปครอบงำโดยไม่จำเป็น
- สัตว์ในพื้นที่ก้ำกึ่ง (Liminal Animals) — สัตว์ที่อยู่ร่วมพื้นที่กับมนุษย์ เช่น นกพิราบ หนู กระรอก หรือแมวจร ซึ่งไม่ใช่สัตว์เลี้ยงเต็มตัวและไม่ใช่สัตว์ป่าที่แยกขาดจากมนุษย์
- ความเห็นอกเห็นใจที่พัวพัน (Entangled Empathy) — ความเห็นอกเห็นใจที่ตระหนักว่ามนุษย์พัวพันกับสัตว์อยู่แล้ว และต้องตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของสัตว์นั้นอย่างมีความรับผิดชอบ
- ผู้ถูกอ้างอิงที่ขาดหาย (Absent Referent) — แนวคิดของแครอล เจ. อดัมส์ ว่าสัตว์ตัวจริงถูกทำให้หายไปจากภาษาอาหาร เหลือเพียงเนื้อที่ถูกตัดขาดจากชีวิตของสัตว์นั้น
- Umwelt — โลกเชิงประสบการณ์ของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด สัตว์แต่ละชนิดไม่ได้อยู่ในโลกแบบเดียวกับมนุษย์ แต่มีโลกของตนเอง
- สายพันธุ์ผู้ร่วมทาง (Companion Species) — แนวคิดของแฮราเวย์ว่ามนุษย์กับสัตว์บางชนิดร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ ตัวตน และวิถีชีวิตของกันและกัน
- จริยธรรมเหนือมนุษย์ (More-than-Human Ethics) — จริยธรรมที่ขยายขอบเขตจากมนุษย์ ไปสู่สัตว์ พืช ระบบนิเวศ สิ่งมีชีวิตอื่น และโลกที่มนุษย์อยู่ร่วมด้วย
ข้อควรระวังทางวิชาการ#
จริยธรรมสัตว์เป็นสายที่ประกอบด้วยกระแสความคิดหลายแนวซึ่งมีข้อสรุปต่างกัน ตั้งแต่อรรถประโยชน์นิยม (เบนธัม ซิงเกอร์) ทฤษฎีสิทธิ (รีแกน ฟรานซิโอเน) แนวความสามารถ (นัสบอม) แนวคานท์ (คอร์สการ์ด) แนวการเมือง (โดนัลด์สันและคิมลิกา) ไปจนถึงแนวสตรีนิยมเชิงนิเวศและสหสายพันธุ์ (อดัมส์ พลัมวูด แฮราเวย์ เดเปรต์) ผู้ศึกษาควรแยกแยะจุดยืนของแต่ละนักคิดให้ชัดเจน ไม่ควรนำข้อสรุปของสายหนึ่งไปกล่าวอ้างแทนสายอื่นโดยไม่ระบุที่มา และควรระวังไม่ลดทอนสัตว์จริงให้เหลือเพียงสัญลักษณ์หรือภาพแทนเชิงวัฒนธรรม โดยไม่คำนึงถึงมิติทางชีววิทยาและประสบการณ์จริงของสัตว์แต่ละชนิด
หมายเหตุการขัดเกลา: ปรับจากบันทึกต้นทางให้อยู่ในรูปแบบร้อยแก้ววิชาการ คงสาระและการอ้างอิงผลงานเดิมของนักคิดแต่ละคนไว้ครบถ้วน ตัดส่วนที่เป็นบันทึกกระบวนการทำงานและข้อเสนอเชิงบรรณาธิการที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาวิชาการออก