ปรัชญาสิ่งแวดล้อม (Environmental Philosophy)#
ปรัชญา · ปรัชญาสิ่งแวดล้อม / นิเวศปรัชญา (Eco-Philosophy) / นิเวศวิทยาเชิงลึก (Deep Ecology)
คำอธิบายให้เห็นภาพ#
ปรัชญาสิ่งแวดล้อมเป็นสายความคิดที่ตั้งคำถามกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับโลก ไม่ใช่ในฐานะที่โลกเป็นเพียงฉากหลังของชีวิตมนุษย์ ไม่ใช่ธรรมชาติในฐานะทรัพยากร ไม่ใช่ป่าในฐานะสถานที่ท่องเที่ยว ไม่ใช่สัตว์ในฐานะวัตถุดิบ ไม่ใช่แม่น้ำในฐานะเครื่องมือผลิตไฟฟ้า และไม่ใช่ภูเขาในฐานะสิ่งที่รอให้มนุษย์พิชิต แต่เป็นการมองโลกในฐานะเครือข่ายของชีวิตที่มนุษย์ดำรงอยู่ข้างใน มิใช่ยืนอยู่ภายนอกเครือข่ายนั้น
สายนี้ตั้งคำถามพื้นฐานหลายข้อ มนุษย์มีสถานะพิเศษเหนือสิ่งมีชีวิตอื่นจริงหรือไม่ ธรรมชาติมีคุณค่าในตัวเองหรือมีค่าเพียงเพราะมนุษย์ใช้ประโยชน์ได้ สัตว์ ป่า ภูเขา แม่น้ำ ระบบนิเวศ และโลกทั้งใบควรถูกนับรวมอยู่ในขอบเขตของจริยธรรมหรือไม่ การทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นเพียงปัญหาทางเทคนิค หรือเป็นอาการของวิธีคิดที่ผิดพลาดตั้งแต่รากฐาน และหากมนุษย์สมัยใหม่ถูกฝึกให้มองโลกเป็นวัตถุ จิตใจของมนุษย์เองสูญเสียสิ่งใดไปพร้อมกับโลกบ้าง
ปรัชญาสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่เพียงแนวคิดสายสิ่งแวดล้อมนิยมทั่วไป แต่รื้อฐานความคิดที่ลึกกว่านั้น ทั้งความคิดว่ามนุษย์คือศูนย์กลางของคุณค่า ความคิดว่าธรรมชาติเป็นเพียงของใช้ ความคิดว่าความเจริญคือการควบคุมโลกให้ได้มากที่สุด และความคิดว่าจิตใจมนุษย์แยกขาดจากดิน น้ำ อากาศ สัตว์ พืช และฤดูกาลได้จริง
นิเวศวิทยาเชิงลึก (Deep Ecology) เป็นสายย่อยที่ไปไกลกว่านั้นอีกชั้นหนึ่ง โดยเสนอว่าวิกฤตทางนิเวศ (ecological crisis) มิได้เกิดจากความผิดพลาดเชิงนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากตัวตนแบบผิดพลาด คือตัวตนที่คิดว่าตนแยกขาดจากโลก มองชีวิตอื่นเป็นเพียงเครื่องมือ และนิยามความสำเร็จผ่านการสะสม การผลิต การบริโภค และการเติบโตอย่างไม่สิ้นสุด กล่าวโดยสรุป สายนี้ชี้ว่ามนุษย์ที่ตัดตนเองออกจากโลกมิได้ทำลายเพียงป่าเท่านั้น แต่ทำลายรากฐานทางจิตของตนเองไปพร้อมกันด้วย
ความเป็นมาและกรอบความคิด#
ปรัชญาสิ่งแวดล้อมพัฒนาขึ้นจากหลายเส้นทางที่มาบรรจบกัน เส้นทางหนึ่งเริ่มจากจริยธรรมทางนิเวศ (environmental ethics) ที่ตั้งคำถามว่าธรรมชาติควรมีสถานะทางศีลธรรมหรือไม่ อีกเส้นทางหนึ่งมาจากงานเขียนที่ปลุกความตระหนักรู้สาธารณะต่อผลกระทบของอุตสาหกรรมและสารเคมีต่อระบบนิเวศ อีกเส้นทางหนึ่งคือนิเวศวิทยาเชิงลึกซึ่งแยก "นิเวศวิทยาแบบตื้น" (shallow ecology) ที่มุ่งแก้ปัญหามลพิษเพื่อคุณภาพชีวิตมนุษย์ ออกจาก "นิเวศวิทยาเชิงลึก" ที่ตั้งคำถามลึกกว่านั้นว่าเหตุใดมนุษย์จึงมองโลกเป็นทรัพยากรตั้งแต่แรก
จากฐานเหล่านี้ สายความคิดแตกแขนงออกเป็นหลายทิศทาง ทั้งจริยธรรมสัตว์ (animal ethics) ที่ขยายขอบเขตจริยธรรมไปยังสัตว์ที่มีความรู้สึก นิเวศสตรีนิยม (ecofeminism) ที่เชื่อมโยงการครอบงำธรรมชาติกับการครอบงำผู้หญิง นิเวศวิทยาสังคม (social ecology) ที่เชื่อมวิกฤตนิเวศกับโครงสร้างอำนาจและลำดับชั้นทางสังคม สมมติฐานไกอา (Gaia hypothesis) ที่มองโลกเป็นระบบควบคุมตนเอง ตลอดจนแนวคิดร่วมสมัยที่วิจารณ์เส้นแบ่งระหว่างธรรมชาติกับสังคม เทคโนโลยีกับสิ่งมีชีวิต และมนุษย์กับสิ่งไม่ใช่มนุษย์
นักคิดสำคัญ#
อัลโด ลีโอโปลด์ (Aldo Leopold)#
- ผลงานสำคัญ: A Sand County Almanac, "The Land Ethic", Game Management, For the Health of the Land
- แนวคิดหลัก: ลีโอโปลด์เป็นหนึ่งในฐานสำคัญของจริยธรรมสิ่งแวดล้อมผ่านแนวคิด "จริยธรรมแห่งแผ่นดิน" (land ethic) เขาเสนอว่าจริยธรรมของมนุษย์ต้องขยายจากความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน ไปสู่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับผืนแผ่นดิน (land) ซึ่งมิได้หมายถึงดินอย่างเดียว แต่รวมดิน น้ำ พืช สัตว์ และชุมชนทางนิเวศทั้งหมด แกนของลีโอโปลด์คือมนุษย์ไม่ควรเป็นผู้พิชิตชุมชนแห่งแผ่นดิน (land-community) แต่ควรเป็นสมาชิกและพลเมืองของชุมชนชีวิตนั้น เขาเปลี่ยนคำถามจาก "ธรรมชาติให้ประโยชน์อะไรกับเรา" เป็น "การกระทำของเรารักษาความสมบูรณ์ ความมั่นคง และความงามของชุมชนชีวิตหรือไม่"
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญในงานของลีโอโปลด์ ได้แก่ Land Ethic, Land-Community, Ecological Conscience, Biotic Community, Conservation, และ Integrity/Stability/Beauty
เรเชล คาร์สัน (Rachel Carson)#
- ผลงานสำคัญ: Silent Spring, The Sea Around Us, Under the Sea Wind, The Sense of Wonder
- แนวคิดหลัก: คาร์สันไม่ใช่นักปรัชญาเชิงระบบแบบมหาวิทยาลัย แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความคิดด้านสิ่งแวดล้อม เพราะ Silent Spring ทำให้โลกสมัยใหม่เห็นว่าความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์อาจมีเงาด้านมืดของตนเอง เธอวิจารณ์การใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงที่ทำลายระบบนิเวศอย่างเงียบเชียบ สิ่งสำคัญในงานของคาร์สันคือการทำให้มนุษย์เห็นความเชื่อมโยง สิ่งที่มนุษย์ฉีดลงดินมิได้จบอยู่ที่ดิน แต่เดินทางผ่านน้ำ อากาศ แมลง นก สัตว์ พืช อาหาร และร่างกายของมนุษย์เอง เธอช่วยเปลี่ยนความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมจากเรื่องทิวทัศน์สวยงาม ไปสู่ความเข้าใจว่าโลกคือระบบความสัมพันธ์ที่เปราะบางกว่าที่คิด
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญ ได้แก่ Silent Spring, Ecological Interdependence, Pesticides, Environmental Awareness, Toxicity, Sense of Wonder
อาร์เน แนสส์ (Arne Næss)#
- ผลงานสำคัญ: "The Shallow and the Deep, Long-Range Ecology Movement", Ecology, Community and Lifestyle, งานด้านปัญญาทางนิเวศ (ecosophy) และนิเวศวิทยาเชิงลึก
- แนวคิดหลัก: แนสส์คือผู้วางรากฐานของนิเวศวิทยาเชิงลึก เขาแยกนิเวศวิทยาแบบตื้น (shallow ecology) ออกจากนิเวศวิทยาเชิงลึก (deep ecology) นิเวศวิทยาแบบตื้นสนใจแก้ปัญหามลพิษและทรัพยากรเพื่อรักษาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ ขณะที่นิเวศวิทยาเชิงลึกตั้งคำถามลึกกว่านั้นว่าเหตุใดมนุษย์จึงมองโลกเป็นทรัพยากรตั้งแต่แรก แนวคิดสำคัญของแนสส์คือ ecosophy หรือปัญญาทางนิเวศ เขาเสนอว่ามนุษย์ควรขยายสำนึกแห่งตน (sense of self) จากอัตตาแคบ ๆ ไปสู่ "ตัวตนเชิงนิเวศ" (ecological self) ที่รับรู้ว่าตนเองเกี่ยวข้องกับชีวิตอื่น การปกป้องธรรมชาติจึงมิใช่เพียงหน้าที่ภายนอก แต่เป็นส่วนหนึ่งของการตระหนักรู้ว่าตนไม่ได้แยกขาดจากโลก
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญ ได้แก่ Deep Ecology, Shallow Ecology, Ecosophy, Ecological Self, Self-Realization, Biospheric Egalitarianism, Intrinsic Value
จอร์จ เซสชันส์ (George Sessions)#
- ผลงานสำคัญ: Deep Ecology: Living as if Nature Mattered (ร่วมกับ Bill Devall), งานร่วมกับ Arne Næss ในการวางแนวปฏิบัติของนิเวศวิทยาเชิงลึก (Deep Ecology Platform)
- แนวคิดหลัก: เซสชันส์มีความสำคัญในฐานะผู้ช่วยจัดรูปนิเวศวิทยาเชิงลึกให้เป็นขบวนความคิดที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะการร่วมพัฒนาแนวปฏิบัติ (platform) ของนิเวศวิทยาเชิงลึกร่วมกับแนสส์ เขาเน้นว่าปัญหานิเวศมิอาจแก้ได้ด้วยเทคโนโลยีหรือการจัดการทรัพยากรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเปลี่ยนโลกทัศน์ (worldview) ของมนุษย์ เซสชันส์ช่วยทำให้นิเวศวิทยาเชิงลึกเป็นทั้งปรัชญา จริยธรรม และขบวนการทางสังคมที่ตั้งคำถามกับสังคมอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการเติบโต
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญ ได้แก่ Deep Ecology Platform, Nature Matters, Ecocentrism, Worldview Change, Anti-Anthropocentrism, Ecological Movement
บิล เดวอลล์ (Bill Devall)#
- ผลงานสำคัญ: Deep Ecology: Living as if Nature Mattered (ร่วมกับ George Sessions), Simple in Means, Rich in Ends
- แนวคิดหลัก: เดวอลล์ทำให้นิเวศวิทยาเชิงลึกไม่ได้อยู่เพียงในระดับทฤษฎี แต่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต การเมือง และการปฏิบัติจริง เขาเสนอว่าการดำเนินชีวิตเชิงนิเวศ (ecological) มิใช่เพียงการแยกขยะหรือกิจกรรมรักษ์โลกเสริม ๆ แต่คือการลดการครอบงำ ลดการบริโภค ลดอัตตาของมนุษย์ และกลับไปดำรงอยู่ในโลกอย่างถ่อมตนมากขึ้น เขามีความสำคัญเพราะช่วยทำให้นิเวศวิทยาเชิงลึกมีน้ำหนักในฐานะปรัชญาที่ต้องดำเนินชีวิตตาม (lived philosophy) มิใช่เพียงการเปลี่ยนความคิดเห็น
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญ ได้แก่ Deep Ecology Practice, Simple Living, Ecological Activism, Lifestyle Change, Anti-Consumerism, Nature-Centered Life
โฮล์มส์ โรลสตัน ที่สาม (Holmes Rolston III)#
- ผลงานสำคัญ: Environmental Ethics, Philosophy Gone Wild, Conserving Natural Value, Genes, Genesis and God
- แนวคิดหลัก: โรลสตันเป็นนักปรัชญาสิ่งแวดล้อมคนสำคัญที่พยายามวางฐานทางปรัชญาให้แก่คุณค่าของธรรมชาติ เขาเสนอว่าธรรมชาติมีคุณค่า (value) ในตัวเอง มิได้มีค่าเพียงเพราะมนุษย์ชื่นชอบหรือใช้ประโยชน์ได้เท่านั้น โรลสตันให้ความสำคัญกับสปีชีส์ ระบบนิเวศ ประวัติศาสตร์วิวัฒนาการ และธรรมชาติป่าเถื่อน (wild nature) เขาเห็นว่าธรรมชาติเป็นกระบวนการสร้างคุณค่า มีความสร้างสรรค์ มีความซับซ้อน และมีความหมายที่ไม่ควรถูกลดทอนเหลือเพียงสินค้า
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญ ได้แก่ Intrinsic Value, Natural Value, Wild Nature, Environmental Ethics, Species, Ecosystem, Evolutionary Value
เจ. แบร์ด แคลลิคอตต์ (J. Baird Callicott)#
- ผลงานสำคัญ: In Defense of the Land Ethic, Beyond the Land Ethic, Thinking Like a Planet, งานตีความอัลโด ลีโอโปลด์และจริยธรรมสิ่งแวดล้อม
- แนวคิดหลัก: แคลลิคอตต์เป็นนักปรัชญาที่พัฒนาและปกป้อง "จริยธรรมแห่งแผ่นดิน" ของลีโอโปลด์ให้เป็นระบบปรัชญาที่รัดกุมยิ่งขึ้น เขาเสนอว่าจริยธรรมไม่จำเป็นต้องเริ่มจากปัจเจกบุคคลเสมอไป แต่อาจเริ่มจากชุมชน (community) และความสัมพันธ์ที่ทำให้ชีวิตดำรงอยู่ได้ เขามีความสำคัญในประเด็นการขยายจริยธรรมจากชุมชนมนุษย์ไปสู่ชุมชนแห่งชีวิต (biotic community) โดยชี้ว่าจริยธรรมของโลกไม่ได้มีเพียงหลักการ "ฉันไม่ทำร้ายเธอ" แต่รวมถึง "ฉันไม่ทำลายเงื่อนไขของชีวิตร่วม" ด้วย
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญ ได้แก่ Land Ethic, Biotic Community, Communitarian Environmental Ethics, Leopold Interpretation, Ecocentrism, Planetary Thinking
พอล ดับเบิลยู. เทย์เลอร์ (Paul W. Taylor)#
- ผลงานสำคัญ: Respect for Nature, Principles of Ethics, งานด้านจริยธรรมเชิงชีวศูนย์นิยม (biocentric ethics)
- แนวคิดหลัก: เทย์เลอร์เสนอแนวคิด "ความเสมอภาคเชิงชีวศูนย์นิยม" (biocentric egalitarianism) หรือจริยธรรมที่ให้สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมี telos หรือความดีของตนเอง สำหรับเทย์เลอร์ พืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตอื่นมิได้เป็นเพียงเครื่องมือของมนุษย์ แต่เป็นศูนย์แห่งชีวิตของตนเอง มีวิถีการเติบโต การดำรงอยู่ และการบรรลุความดีตามแบบของตน มนุษย์จึงควรมีท่าที "เคารพต่อธรรมชาติ" (respect for nature) มิใช่เพราะธรรมชาติทำให้มนุษย์มีความสุข แต่เพราะสิ่งมีชีวิตอื่นมีชีวิตเป็นของตนเอง
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญ ได้แก่ Biocentrism, Respect for Nature, Inherent Worth, Teleological Center of Life, Equality of Living Things, Moral Considerability
ปีเตอร์ ซิงเกอร์ (Peter Singer)#
- ผลงานสำคัญ: Animal Liberation, Practical Ethics, The Life You Can Save, Ethics in the Real World
- แนวคิดหลัก: ซิงเกอร์มีความสำคัญต่อจริยธรรมสัตว์และการถกเถียงด้านสิ่งแวดล้อม เพราะเขาขยายขอบเขตจริยธรรมไปยังสัตว์ที่มีความรู้สึกเจ็บปวด แกนของเขาคือ sentience หรือความสามารถในการรับรู้ความรู้สึก หากสิ่งมีชีวิตสามารถทุกข์ได้ ความทุกข์นั้นควรถูกนับรวมในจริยธรรม เขาวิจารณ์ speciesism หรืออคติที่ให้คุณค่ากับมนุษย์เหนือสัตว์อื่นเพียงเพราะเป็นมนุษย์ แม้ซิงเกอร์จะไม่ใช่นักนิเวศวิทยาเชิงลึกแบบแนสส์ เพราะเขาเน้นเรื่อง sentience มากกว่าระบบนิเวศทั้งระบบ แต่เขามีความสำคัญมากในการรื้อเส้นแบ่งมนุษย์-สัตว์ในทางจริยธรรม
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญ ได้แก่ Animal Liberation, Sentience, Speciesism, Utilitarianism, Animal Suffering, Moral Consideration
ทอม รีแกน (Tom Regan)#
- ผลงานสำคัญ: The Case for Animal Rights, Empty Cages, Animal Rights, Human Wrongs
- แนวคิดหลัก: รีแกนเสนอแนวคิดสิทธิสัตว์ (animal rights) จากฐานเรื่องสิทธิ มิใช่เพียงการลดความทุกข์แบบประโยชน์นิยม (utilitarian) เขาเสนอว่าสัตว์จำนวนมากเป็น "ผู้เป็นเจ้าของชีวิตตนเอง" (subjects-of-a-life) คือมีประสบการณ์ มีความทรงจำ มีความปรารถนา มีความกลัว มีชีวิตที่เป็นของตนเอง ดังนั้นสัตว์จึงไม่ควรถูกปฏิบัติเป็นทรัพย์สินหรือเครื่องมือ แม้การใช้สัตว์นั้นจะสร้างประโยชน์แก่มนุษย์ก็ตาม รีแกนมีความสำคัญเพราะช่วยไม่ให้คำถามเรื่องสิ่งแวดล้อมกลืนสัตว์แต่ละตัวหายไปในคำว่า "ระบบนิเวศ" อย่างเดียว
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญ ได้แก่ Animal Rights, Subject-of-a-Life, Inherent Value, Rights Theory, Anti-Instrumentalism, Moral Status
ฮันส์ โจนาส (Hans Jonas)#
- ผลงานสำคัญ: The Imperative of Responsibility, The Phenomenon of Life, The Gnostic Religion
- แนวคิดหลัก: โจนาสเสนอจริยธรรมแห่งความรับผิดชอบ (ethics of responsibility) สำหรับยุคเทคโนโลยีสมัยใหม่ เขาเห็นว่าพลังของเทคโนโลยีมนุษย์ได้เปลี่ยนขนาดของจริยธรรมไปแล้ว เมื่อการกระทำของมนุษย์สามารถทำลายอนาคตของชีวิตบนโลกได้ จริยธรรมแบบเดิมที่คำนึงถึงเพียงคนใกล้ตัวหรือผลระยะสั้นจึงไม่เพียงพออีกต่อไป แกนของโจนาสคือความรับผิดชอบต่ออนาคต มนุษย์ต้องคำนึงถึงคนรุ่นหลัง โลกที่ยังมาไม่ถึง และความเปราะบางของชีวิตที่อยู่ในมือของอำนาจเทคโนโลยี
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญ ได้แก่ Ethics of Responsibility, Future Generations, Technology, Precaution, Vulnerability of Life, Imperative of Responsibility
ลินน์ ไวต์ จูเนียร์ (Lynn White Jr.)#
- ผลงานสำคัญ: "The Historical Roots of Our Ecologic Crisis", Medieval Technology and Social Change, งานด้านประวัติศาสตร์ศาสนา เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม
- แนวคิดหลัก: ไวต์มีความสำคัญเพราะเสนอว่ารากของวิกฤตนิเวศสมัยใหม่อาจเกี่ยวข้องกับโลกทัศน์ทางศาสนาและวัฒนธรรม โดยเฉพาะความคิดที่ให้มนุษย์มีอำนาจครอบครองธรรมชาติ ข้อเสนอของเขาถูกถกเถียงอย่างกว้างขวางแต่ก็ทรงพลัง เพราะทำให้วิกฤตสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เพียงปัญหาอุตสาหกรรมหรือเทคโนโลยี แต่เป็นปัญหาของภาพลักษณ์มนุษย์ ภาพลักษณ์โลก และเทววิทยาที่อยู่เบื้องหลังอารยธรรม เขาช่วยเปิดคำถามว่า หากความคิดบางแบบทำให้มนุษย์รู้สึกมีสิทธิครอบงำโลก มนุษย์จำเป็นต้องเปลี่ยนความคิดเรื่องตนเองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยหรือไม่
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญ ได้แก่ Ecologic Crisis, Christian Anthropocentrism, Religion and Ecology, Dominion, Historical Roots, Technology and Worldview
แครอลิน เมอร์แชนต์ (Carolyn Merchant)#
- ผลงานสำคัญ: The Death of Nature, Radical Ecology, Ecological Revolutions, Autonomous Nature
- แนวคิดหลัก: เมอร์แชนต์เป็นนักคิดสำคัญของนิเวศสตรีนิยม (ecofeminism) และประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ ในหนังสือ The Death of Nature เธอเสนอว่าการปฏิวัติวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มีส่วนเปลี่ยนภาพลักษณ์ของธรรมชาติจากสิ่งมีชีวิตหรือมารดาผู้ให้กำเนิด ไปเป็นเครื่องจักรที่มนุษย์สามารถแยกส่วน ควบคุม และใช้ประโยชน์ได้ เธอเชื่อมโยงการครอบงำธรรมชาติเข้ากับการครอบงำผู้หญิงและร่างกาย มิได้กล่าวว่าทั้งสองสิ่งเหมือนกันโดยง่าย แต่ชี้ว่าโลกสมัยใหม่มีภาษาบางแบบที่ทำให้ทั้งธรรมชาติและผู้หญิงถูกทำให้กลายเป็นวัตถุของการควบคุม
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญ ได้แก่ The Death of Nature, Ecofeminism, Mechanistic Worldview, Nature as Female, Science and Domination, Radical Ecology
วัล พลัมวูด (Val Plumwood)#
- ผลงานสำคัญ: Feminism and the Mastery of Nature, Environmental Culture, "Being Prey"
- แนวคิดหลัก: พลัมวูดเป็นหนึ่งในนักคิดนิเวศสตรีนิยมที่สำคัญที่สุด เธอวิจารณ์คู่ตรงข้าม (dualism) ของความคิดตะวันตก เช่น เหตุผล/ธรรมชาติ ชาย/หญิง วัฒนธรรม/ธรรมชาติ มนุษย์/สัตว์ จิต/กาย เธอเสนอว่าความคิดแบบคู่ตรงข้ามเหล่านี้มักจัดให้ฝ่ายหนึ่งมีสถานะสูงกว่าอีกฝ่าย เช่น เหตุผลสูงกว่าร่างกาย มนุษย์สูงกว่าสัตว์ วัฒนธรรมสูงกว่าธรรมชาติ ชายสูงกว่าหญิง แกนของพลัมวูดคือการรื้อ "อัตลักษณ์ของผู้ครอบงำ" (master identity) หรือตัวตนที่นิยามตนเองผ่านการแยกตัวและควบคุมสิ่งที่ถูกมองว่าต่ำกว่า ประสบการณ์ที่เธอเกือบถูกจระเข้ทำร้ายซึ่งเป็นที่มาของบทความ "Being Prey" ทำให้เธอเขียนถึงมนุษย์ในฐานะเหยื่อ (prey) ได้อย่างมีพลัง โดยชี้ว่ามนุษย์มิได้เป็นเพียงผู้มองโลกฝ่ายเดียว แต่บางครั้งมนุษย์ก็เป็นอาหาร เป็นร่างกาย เป็นสัตว์ตัวหนึ่งในระบบชีวิต
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญ ได้แก่ Ecofeminism, Mastery of Nature, Dualism, Master Identity, Human/Nature, Being Prey, Anti-Dualism
เมอร์เรย์ บุคชิน (Murray Bookchin)#
- ผลงานสำคัญ: The Ecology of Freedom, Post-Scarcity Anarchism, Social Ecology and Communalism, Remaking Society
- แนวคิดหลัก: บุคชินเป็นผู้วางฐานนิเวศวิทยาสังคม (Social Ecology) เขาวิจารณ์นิเวศวิทยาเชิงลึกบางสายว่าอาจมองปัญหาสิ่งแวดล้อมแบบตัดขาดจากสังคม การเมือง ชนชั้น และอำนาจ สำหรับบุคชิน วิกฤตนิเวศมิได้เกิดจากมนุษย์ในฐานะสปีชีส์เฉย ๆ แต่เกิดจากสังคมแบบลำดับชั้น การครอบงำ ทุนนิยม รัฐรวมศูนย์ และความสัมพันธ์ทางอำนาจที่มนุษย์สร้างขึ้น แกนของเขาคือการครอบงำธรรมชาติเชื่อมโยงกับการครอบงำมนุษย์ด้วยกันเอง ดังนั้นการแก้วิกฤตสิ่งแวดล้อมจึงต้องรื้อโครงสร้างสังคม มิใช่เพียงสอนให้ผู้คนรักธรรมชาติ
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญ ได้แก่ Social Ecology, Hierarchy, Domination, Communalism, Ecology of Freedom, Anti-Capitalism, Libertarian Municipalism
เฟลิกซ์ กัตตารี (Félix Guattari)#
- ผลงานสำคัญ: The Three Ecologies, Chaosmosis, Molecular Revolution, Anti-Oedipus และ A Thousand Plateaus (ร่วมกับ Gilles Deleuze)
- แนวคิดหลัก: กัตตารีเสนอว่านิเวศวิทยา (ecology) มิได้มีเพียงมิติของธรรมชาติเท่านั้น แต่มีอย่างน้อยสามมิติ ได้แก่ นิเวศสิ่งแวดล้อม (environmental ecology) นิเวศสังคม (social ecology) และนิเวศจิต (mental ecology) วิกฤตนิเวศจึงมิใช่เพียงเรื่องป่าไม้หรือมลพิษ แต่รวมถึงสังคมที่แตกสลาย และจิตใจที่ถูกทุนนิยม สื่อ ความเร็ว การบริโภค และระบบสัญญะทำให้แห้งเหือดลง แนวคิดของกัตตารีมีคุณูปการสำคัญในการเชื่อมโยงปัญหาโลกภายนอกเข้ากับจิต (psyche) โดยไม่ลดทอนสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เป็นเพียงอุปมา
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญ ได้แก่ Three Ecologies, Mental Ecology, Social Ecology, Environmental Ecology, Ecosophy, Subjectivity, Capitalism and Psyche
เจมส์ เลิฟล็อก (James Lovelock)#
- ผลงานสำคัญ: Gaia: A New Look at Life on Earth, The Ages of Gaia, The Revenge of Gaia, งานด้านสมมติฐานไกอา (Gaia hypothesis)
- แนวคิดหลัก: เลิฟล็อกเสนอสมมติฐานไกอา (Gaia hypothesis) ว่าโลกสามารถถูกมองเป็นระบบที่มีการควบคุมตนเองในระดับหนึ่ง ผ่านปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต บรรยากาศ มหาสมุทร และธรณีเคมี แม้แนวคิดไกอาจะถูกถกเถียงทั้งในทางวิทยาศาสตร์และปรัชญา แต่มีอิทธิพลอย่างมากต่อนิเวศปรัชญา เพราะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของโลกจากก้อนหินที่มีชีวิตอาศัยอยู่ ไปเป็นระบบความสัมพันธ์ขนาดใหญ่ที่ชีวิตกับสภาพแวดล้อมร่วมกันสร้างเงื่อนไขของโลก
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญ ได้แก่ Gaia Hypothesis, Earth System, Self-Regulation, Biosphere, Planetary Ecology, Life and Environment แนวคิดนี้ควรใช้ด้วยความระมัดระวังทางวิชาการ ไม่ควรกลายเป็นความเชื่อแบบโรแมนติกที่เกินฐานทางวิทยาศาสตร์
ดอนนา ฮาราเวย์ (Donna Haraway)#
- ผลงานสำคัญ: Staying with the Trouble, When Species Meet, The Companion Species Manifesto, "A Cyborg Manifesto", "Situated Knowledges"
- แนวคิดหลัก: ฮาราเวย์ช่วยให้ปรัชญาสิ่งแวดล้อมหลุดจากภาพธรรมชาติบริสุทธิ์ที่แยกขาดจากเทคโนโลยีและมนุษย์ เธอเสนอว่ามนุษย์ต้อง "อยู่กับความยุ่งยาก" (staying with the trouble) มิใช่หนีไปหาภาพโลกสะอาดบริสุทธิ์ที่ไม่เคยมีอยู่จริง แนวคิด "สปีชีส์คู่หู" (companion species) ของเธอทำให้เห็นว่ามนุษย์มิได้เป็นตัวประธาน (subject) เดี่ยว แต่ถูกสร้างขึ้นร่วมกับสัตว์ เทคโนโลยี จุลชีพ เครื่องมือ เรื่องเล่า และสิ่งมีชีวิตอื่น ฮาราเวย์มีความสำคัญเพราะทำให้การคิดเชิงนิเวศมิใช่การกลับไปหาธรรมชาติแบบโรแมนติก แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมในโลกที่ปนเปื้อน ซับซ้อน และไม่มีความบริสุทธิ์ให้กลับไปหา
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญ ได้แก่ Staying with the Trouble, Companion Species, Chthulucene, Situated Knowledges, Multispecies, Making Kin, Natureculture
ทิโมธี มอร์ตัน (Timothy Morton)#
- ผลงานสำคัญ: Ecology without Nature, The Ecological Thought, Hyperobjects, Dark Ecology, Being Ecological
- แนวคิดหลัก: มอร์ตันเสนอ "ความคิดเชิงนิเวศ" (ecological thought) ที่วิจารณ์คำว่า "ธรรมชาติ" (Nature) แบบโรแมนติก เขาเห็นว่าบางครั้งคำว่าธรรมชาติทำให้มนุษย์จินตนาการถึงสิ่งบริสุทธิ์ สวยงาม อยู่ห่างไกลจากเมืองและมนุษย์ ทั้งที่โลกจริงคือระบบที่ปนเปื้อน เชื่อมโยง และหลีกหนีไม่ได้ แนวคิด "ไฮเปอร์อ็อบเจกต์" (hyperobjects) ของเขาใช้อธิบายสิ่งต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วัสดุกัมมันตรังสี พลาสติก หรือระบบนิเวศขนาดใหญ่ที่กระจายตัวเกินกว่ามนุษย์คนหนึ่งจะรับรู้ได้ครบถ้วน มอร์ตันมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับยุคที่มีความวิตกกังวลด้านสภาพภูมิอากาศ (climate anxiety) เพราะช่วยอธิบายว่าเหตุใดวิกฤตนิเวศจึงรู้สึกทั้งใกล้และไกล ทั้งจริงและจับต้องไม่ถนัด ทั้งใหญ่เกินกว่าใจมนุษย์จะรับได้
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญ ได้แก่ Hyperobjects, Ecology without Nature, Dark Ecology, Ecological Thought, Mesh, Climate Anxiety, Nonhuman
บรูโน ลาตูร์ (Bruno Latour)#
- ผลงานสำคัญ: We Have Never Been Modern, Politics of Nature, Facing Gaia, Down to Earth, An Inquiry into Modes of Existence
- แนวคิดหลัก: ลาตูร์มีความสำคัญต่อปรัชญาสิ่งแวดล้อมเพราะเขารื้อเส้นแบ่งแบบสมัยใหม่ระหว่างธรรมชาติ (Nature) กับสังคม (Society) เขาเสนอว่ามนุษย์ไม่เคยเป็นสมัยใหม่ (modern) อย่างแท้จริง เพราะโลกจริงเต็มไปด้วยลูกผสม (hybrids) ระหว่างมนุษย์ เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ รัฐ สัตว์ สารเคมี เครื่องมือ และสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ ในงานช่วงหลัง ลาตูร์กล่าวถึงไกอาและการเมืองของโลกที่ไม่ใช่ฉากหลังอันเงียบงันอีกต่อไป แต่โลกกลายเป็นผู้กระทำ (actor) ที่ตอบสนองต่อการกระทำของมนุษย์ แนวคิดของลาตูร์ช่วยให้คำว่า "ธรรมชาติ" ไม่ถูกแยกออกไปเป็นโลกภายนอกมนุษย์ แต่เป็นเครือข่ายที่มนุษย์ติดอยู่ข้างในตลอดเวลา
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญ ได้แก่ We Have Never Been Modern, Gaia, Actor-Network Theory, Politics of Nature, Nature/Society, Hybrids, Earthbound
วันดานา ศิวะ (Vandana Shiva)#
- ผลงานสำคัญ: Staying Alive, Ecofeminism (ร่วมกับ Maria Mies), Biopiracy, Earth Democracy, Monocultures of the Mind
- แนวคิดหลัก: ศิวะเชื่อมโยงนิเวศสตรีนิยม เกษตรกรรม อธิปไตยทางเมล็ดพันธุ์ (seed sovereignty) ลัทธิอาณานิคม และทุนนิยมเข้าด้วยกัน เธอวิจารณ์ระบบเกษตรอุตสาหกรรมที่ทำลายความหลากหลายของเมล็ดพันธุ์ ชุมชน และภูมิปัญญาท้องถิ่น แนวคิด "การผูกขาดทางความคิดแบบพืชเชิงเดี่ยว" (monocultures of the mind) มีความสำคัญมาก เพราะมิได้กล่าวถึงการปลูกพืชชนิดเดียวเท่านั้น แต่หมายถึงวิธีคิดที่ทำให้โลกอันหลากหลายถูกลดทอนเหลือมาตรฐานเดียว วิธีเดียว พืชเดียว ความรู้เดียว และเศรษฐกิจเดียว งานของศิวะช่วยเชื่อมโยงปรัชญาสิ่งแวดล้อมเข้ากับความคิดแบบถอดอาณานิคม (decolonial thought) และภูมิปัญญาพื้นถิ่น (Indigenous knowledge) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญ ได้แก่ Ecofeminism, Seed Sovereignty, Biopiracy, Earth Democracy, Monocultures of the Mind, Biodiversity, Decolonial Ecology
อภิธานศัพท์#
- Anthropocentrism (มนุษย์เป็นศูนย์กลาง): ความคิดที่เอามนุษย์เป็นศูนย์กลางของคุณค่า ราวกับว่าโลกมีความหมายก็ต่อเมื่อสัมพันธ์กับประโยชน์ของมนุษย์เท่านั้น
- Non-Anthropocentrism: การปฏิเสธว่ามนุษย์เป็นศูนย์กลางแต่เพียงผู้เดียว และเปิดพื้นที่ให้สิ่งไม่ใช่มนุษย์มีสถานะทางศีลธรรม
- Ecocentrism: การให้ความสำคัญกับระบบนิเวศ ชุมชนชีวิต และความสัมพันธ์ทั้งหมด มิใช่เพียงปัจเจกมนุษย์หรือสัตว์บางตัว
- Biocentrism: การให้คุณค่าแก่สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย มิใช่เพราะมีประโยชน์ต่อมนุษย์ แต่เพราะมันมีชีวิตและมีวิถีของตนเอง
- Intrinsic Value (คุณค่าในตัวเอง): คุณค่าที่มีอยู่ในตัวเอง มิใช่คุณค่าที่เกิดจากการถูกใช้ประโยชน์
- Instrumental Value (คุณค่าเชิงเครื่องมือ): คุณค่าที่สิ่งหนึ่งมีเพราะมันใช้ตอบสนองเป้าหมายของอีกสิ่งหนึ่ง
- Land Ethic (จริยธรรมแห่งแผ่นดิน): จริยธรรมที่ขยายขอบเขตจากมนุษย์ไปสู่ดิน น้ำ พืช สัตว์ และชุมชนทางนิเวศทั้งหมด
- Deep Ecology (นิเวศวิทยาเชิงลึก): ปรัชญานิเวศที่ตั้งคำถามระดับรากกับวิธีที่มนุษย์นิยามตนเองและความสัมพันธ์กับโลก มิใช่การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเพียงระดับเทคนิค
- Shallow Ecology (นิเวศวิทยาแบบตื้น): สิ่งแวดล้อมนิยมที่เน้นแก้มลพิษและทรัพยากรเพื่อสุขภาพหรือความสะดวกของมนุษย์เป็นหลัก
- Ecosophy (ปัญญาทางนิเวศ): ปรัชญาชีวิตที่เห็นมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายชีวิต มิใช่ผู้ควบคุมจากภายนอก
- Ecological Self (ตัวตนเชิงนิเวศ): ตัวตนที่ขยายออกจากอัตตาส่วนบุคคล ไปสู่ความสัมพันธ์กับโลก สิ่งมีชีวิตอื่น และระบบนิเวศ
- Biotic Community (ชุมชนแห่งชีวิต): ชุมชนชีวิตที่รวมมนุษย์ สัตว์ พืช ดิน น้ำ และสิ่งแวดล้อมไว้ในระบบเดียวกัน
- Respect for Nature: ท่าทีทางจริยธรรมที่เคารพธรรมชาติในฐานะสิ่งที่มีคุณค่า มิใช่เพียงของใช้
- Speciesism: อคติที่ให้คุณค่ามนุษย์เหนือสัตว์อื่นเพียงเพราะเป็นมนุษย์
- Animal Rights (สิทธิสัตว์): แนวคิดว่าสัตว์บางกลุ่มมีสถานะทางศีลธรรมและสิทธิ ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือของมนุษย์
- Ecofeminism (นิเวศสตรีนิยม): สายคิดที่เชื่อมโยงการครอบงำธรรมชาติกับการครอบงำผู้หญิง ร่างกาย และสิ่งที่ถูกมองว่าใกล้ชิดธรรมชาติ
- Social Ecology (นิเวศวิทยาสังคม): แนวคิดที่มองว่าวิกฤตสิ่งแวดล้อมเชื่อมโยงกับลำดับชั้น อำนาจ ทุนนิยม และโครงสร้างการครอบงำในสังคม
- Mental Ecology (นิเวศจิต): วิธีที่ระบบสังคม สื่อ ทุนนิยม และสภาพแวดล้อมผลิตหรือทำลายภาวะความเป็นตัวตน (subjectivity)
- Gaia Hypothesis (สมมติฐานไกอา): แนวคิดว่าโลกเป็นระบบซับซ้อนที่ชีวิตและสภาพแวดล้อมร่วมกันสร้างเงื่อนไขของโลก
- Hyperobjects: สิ่งที่มีขนาดใหญ่ กระจายตัว และยาวนานเกินกว่ามนุษย์จะรับรู้ได้ครบถ้วน เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือพลาสติกในระบบโลก
- Climate Ethics (จริยธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ): จริยธรรมที่ตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของมนุษย์ต่อภาวะโลกร้อน คนรุ่นหลัง สัตว์ ระบบนิเวศ และกลุ่มเปราะบาง
- Intergenerational Justice (ความยุติธรรมระหว่างรุ่น): มนุษย์ปัจจุบันมีหน้าที่อะไรต่อคนที่ยังไม่เกิด
- Sustainability (ความยั่งยืน): ความสามารถในการดำรงชีวิตและระบบสังคมโดยไม่ทำลายเงื่อนไขของชีวิตในอนาคต
- More-Than-Human World: โลกที่มีมากกว่ามนุษย์ ทั้งสัตว์ พืช จุลชีพ แม่น้ำ ภูเขา ดิน อากาศ และสิ่งมีชีวิตอื่นที่ร่วมสร้างโลกร่วมกับมนุษย์
ข้อควรระวังทางวิชาการ#
- แนวคิดสมมติฐานไกอาของเจมส์ เลิฟล็อกยังเป็นที่ถกเถียงทั้งในทางวิทยาศาสตร์และปรัชญา ควรนำเสนอในฐานะแนวคิดที่มีอิทธิพลเชิงสัญลักษณ์และกรอบคิด มิใช่ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับเป็นเอกฉันท์
- ข้อเสนอของลินน์ ไวต์ จูเนียร์ ที่เชื่อมโยงวิกฤตนิเวศกับรากทางศาสนาคริสต์เป็นข้อเสนอที่ถูกถกเถียงอย่างกว้างขวางในวงวิชาการ ควรนำเสนอในฐานะทฤษฎีที่มีอิทธิพลแต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปที่ยุติแล้ว
- ปีเตอร์ ซิงเกอร์ไม่จัดอยู่ในกลุ่มนักนิเวศวิทยาเชิงลึก แนวคิดของเขาอิงหลักประโยชน์นิยม (utilitarianism) และเน้นความสามารถในการรับรู้ความรู้สึก (sentience) ซึ่งต่างจากกรอบคิดเชิงระบบนิเวศทั้งระบบของแนสส์และผู้สืบทอด ควรแยกให้ชัดเจนเมื่อกล่าวถึงร่วมกัน
หมายเหตุการขัดเกลา: เนื้อหานี้เรียบเรียงจากบันทึกต้นทางโดยตัดส่วนที่เป็นบันทึกกระบวนการจัดทำเนื้อหาและข้อความที่ไม่เกี่ยวข้องกับสาระวิชาการออก คงไว้ซึ่งรายชื่อนักคิด ผลงาน แนวคิด และคำศัพท์ตามต้นฉบับ