ปรัชญาเฟมินิสต์ (Feminist Philosophy)#
ปรัชญา · สายย่อย: ปรัชญาเพศสภาพ (Gender Philosophy)
คำอธิบายให้เห็นภาพ#
ปรัชญาเฟมินิสต์ไม่ใช่ชุดความเชื่อเดียวหรือจุดยืนทางการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่เป็นสายวิชาการที่ตั้งคำถามอย่างเป็นระบบว่า "เพศ" (gender) และ "ความเป็นหญิง-ความเป็นชาย" ถูกสร้าง ถูกให้ความหมาย และถูกใช้เป็นฐานของอำนาจในสังคมอย่างไร นักคิดในสายนี้มีจุดเริ่มต้นและวิธีวิเคราะห์ต่างกันมาก — บางคนเริ่มจากปรัชญาการเมืองแบบเสรีนิยม บางคนจากจิตวิเคราะห์ บางคนจากปรากฏการณ์วิทยา บางคนจากทฤษฎีวิพากษ์และเชื้อชาติศึกษา แต่มีจุดร่วมคือการปฏิเสธสมมติฐานที่ว่าความไม่เท่าเทียมทางเพศเป็น "ธรรมชาติ" และหันไปตรวจสอบว่าโครงสร้างทางกฎหมาย ภาษา เศรษฐกิจ ครอบครัว และความรู้ ผลิตและค้ำจุนความไม่เท่าเทียมนั้นไว้อย่างไร
ความเป็นมาและกรอบความคิด#
สายคิดนี้มีพัฒนาการเป็นระลอก (waves) ที่มักถูกอ้างถึงในวิชาการ ได้แก่ ระลอกแรก (first-wave) ซึ่งเน้นสิทธิทางกฎหมายและการศึกษาของผู้หญิง มีรากจากยุคภูมิธรรม (Enlightenment) ระลอกที่สอง (second-wave) ซึ่งขยายประเด็นไปสู่ครอบครัว เพศวิถี และการเมืองของชีวิตส่วนตัว ระลอกที่สาม (third-wave) ที่นำแนวคิดเรื่องความหลากหลาย เชื้อชาติ ชนชั้น และอัตลักษณ์ที่ซ้อนทับกันเข้ามา (intersectionality) และแนวคิดร่วมสมัยที่ขยายไปสู่ทฤษฎีเควียร์ (queer theory) ญาณวิทยาเฟมินิสต์ (feminist epistemology) และปรัชญาหลังมนุษย์ (posthuman feminism)
ภายในสายนี้แบ่งเป็นสำนักย่อยที่มักถูกจัดหมวดไว้ในวรรณกรรมวิชาการ เช่น เสรีนิยมเฟมินิสต์ (liberal feminism) ที่เน้นความเสมอภาคทางกฎหมายและปัจเจกภาพ, เฟมินิสต์แนวรุนแรง (radical feminism) ที่มองว่าปิตาธิปไตย (patriarchy) เป็นระบบการเมืองที่ต้องรื้อถอน, จิตวิเคราะห์เฟมินิสต์ (psychoanalytic feminism) ที่วิเคราะห์การก่อร่างของอัตลักษณ์ทางเพศผ่านครอบครัวและจิตไร้สำนึก, เฟมินิสต์ผิวดำและทฤษฎีเชื้อชาติวิพากษ์ (Black feminism / critical race theory) ที่ชี้ให้เห็นการซ้อนทับของเพศ เชื้อชาติ และชนชั้น, จริยศาสตร์แห่งการดูแล (ethics of care) ที่เสนอฐานคิดทางศีลธรรมแบบสัมพันธภาพ, ญาณวิทยาเฟมินิสต์ (feminist epistemology) ที่ตั้งคำถามกับความเป็นกลางของวิทยาศาสตร์ และทฤษฎีเควียร์กับปรัชญาหลังมนุษย์ที่ท้าทายเส้นแบ่งเพศสภาพและความเป็นมนุษย์แบบเดิม
นักคิดสำคัญ#
แมรี วอลสโตนคราฟต์ (Mary Wollstonecraft)#
- ผลงานสำคัญ: A Vindication of the Rights of Woman, A Vindication of the Rights of Men, Letters Written During a Short Residence in Sweden, Norway, and Denmark
- แนวคิดหลัก: ถือเป็นฐานสำคัญของปรัชญาเฟมินิสต์ยุคแรก เรียกร้องให้มองผู้หญิงในฐานะมนุษย์ที่มีเหตุผล ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ถูกฝึกให้สวยงามและพึ่งพาผู้ชาย เสนอว่าแกนของปัญหาคือการศึกษา — การที่ผู้หญิงถูกกีดกันจากการศึกษาแล้วถูกกล่าวหาว่าไร้เหตุผล เป็นผลจากระบบที่ทำให้ผู้หญิงอ่อนแอก่อน แล้วใช้ความอ่อนแอนั้นเป็นข้ออ้างในการกดทับ
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เหตุผล (reason) การศึกษา (education) ความเสมอภาคทางศีลธรรม (moral equality) สิทธิสตรี (women's rights) และเฟมินิสต์แบบภูมิธรรม (Enlightenment feminism)
แฮเรียต เทย์เลอร์ มิลล์ (Harriet Taylor Mill)#
- ผลงานสำคัญ: The Enfranchisement of Women งานเขียนร่วมและอิทธิพลทางความคิดที่มีต่อ The Subjection of Women ของจอห์น สจวร์ต มิลล์
- แนวคิดหลัก: นักคิดสำคัญของเสรีนิยมเฟมินิสต์ (liberal feminism) เสนอว่าการกดทับผู้หญิงไม่ใช่เรื่องธรรมชาติ แต่เป็นผลของกฎหมาย ประเพณี และโครงสร้างครอบครัวที่ทำให้ผู้หญิงไม่มีเสรีภาพจริง มองว่าการแต่งงานในสังคมชายเป็นใหญ่มีลักษณะคล้ายสถาบันทางอำนาจมากกว่าพื้นที่แห่งความรักอย่างบริสุทธิ์ เพราะผู้หญิงมักสูญเสียสิทธิทางกฎหมาย เศรษฐกิจ และอำนาจตัดสินใจของตนเอง
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เสรีนิยมเฟมินิสต์ การแต่งงาน ความเสมอภาคทางกฎหมาย สิทธิเลือกตั้งของสตรี (women's suffrage) และเสรีภาพปัจเจกบุคคล
จอห์น สจวร์ต มิลล์ (John Stuart Mill)#
- ผลงานสำคัญ: The Subjection of Women, On Liberty, Utilitarianism
- แนวคิดหลัก: สำคัญต่อปรัชญาเฟมินิสต์ในฐานะนักคิดเสรีนิยมที่วิจารณ์การกดขี่ผู้หญิงอย่างเป็นระบบ มองว่าความไม่เท่าเทียมระหว่างชายหญิงไม่ได้พิสูจน์ว่าผู้หญิงด้อยกว่า แต่แสดงให้เห็นว่าสังคมไม่เคยให้เงื่อนไขแก่ผู้หญิงในการพัฒนาตนเองอย่างเสรี สังคมจึงไม่มีทางรู้ศักยภาพที่แท้จริงของผู้หญิง ตราบใดที่ผู้หญิงยังถูกฝึก ถูกจำกัด และถูกควบคุมมาแต่ต้น
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เสรีภาพ ความเสมอภาค การพัฒนาปัจเจกบุคคล จารีตทางสังคม และการอยู่ใต้บังคับทางกฎหมาย
ซีมอน เดอ โบวัวร์ (Simone de Beauvoir)#
- ผลงานสำคัญ: The Second Sex, The Ethics of Ambiguity, She Came to Stay, The Coming of Age
- แนวคิดหลัก: หนึ่งในแกนกลางที่สุดของปรัชญาเฟมินิสต์ เสนอประโยคสำคัญว่า "ผู้หญิงไม่ได้เกิดมาเป็นผู้หญิง แต่กลายเป็นผู้หญิง" หมายถึงความเป็นหญิงไม่ใช่เพียงชีววิทยา แต่ถูกสร้างผ่านภาษา ครอบครัว วัฒนธรรม ศาสนา การศึกษา และสายตาของสังคม เสนอแนวคิด "ผู้หญิงในฐานะอื่น" (Woman as Other) โดยผู้ชายถูกทำให้เป็นประธาน (Subject) หรือมาตรฐานของมนุษย์ ส่วนผู้หญิงถูกทำให้เป็นอื่น (Other) คือฝ่ายที่ถูกนิยามจากมุมมองของผู้ชาย
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ Woman as Other การกลายเป็นผู้หญิง ความคงตัวภายใน (immanence) การก้าวข้าม (transcendence) และเฟมินิสต์แนวอัตถิภาวนิยม (existential feminism)
เบตตี ฟรีดาน (Betty Friedan)#
- ผลงานสำคัญ: The Feminine Mystique, The Second Stage, The Fountain of Age
- แนวคิดหลัก: วิเคราะห์ความทุกข์ของผู้หญิงชนชั้นกลางในครอบครัวอเมริกันสมัยใหม่ โดยเฉพาะความรู้สึกว่างเปล่าที่เกิดขึ้นเมื่อผู้หญิงถูกจำกัดให้เป็นเพียงภรรยา แม่ และแม่บ้าน เรียกสิ่งนี้ว่า "ปัญหาที่ไม่มีชื่อ" (the problem that has no name) เพราะผู้หญิงจำนวนมากทุกข์ แต่สังคมไม่มีภาษาสำหรับอธิบายความทุกข์นั้น นอกจากบอกให้เป็นแม่บ้านที่ดีขึ้น
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ Feminine Mystique ความเป็นแม่บ้าน (domesticity) บทบาทภรรยา-แม่บ้าน ปัญหาที่ไม่มีชื่อ และเสรีนิยมเฟมินิสต์
เคต มิลเลตต์ (Kate Millett)#
- ผลงานสำคัญ: Sexual Politics, The Prostitution Papers, Flying
- แนวคิดหลัก: เสนอว่าเพศไม่ใช่เรื่องส่วนตัวล้วน ๆ แต่เป็นเรื่องการเมือง ใช้คำว่า "การเมืองเรื่องเพศ" (sexual politics) เพื่ออธิบายว่าอำนาจชายทำงานผ่านครอบครัว วรรณกรรม การศึกษา ความรัก เพศสัมพันธ์ และภาพทางวัฒนธรรม ทำให้ปิตาธิปไตย (patriarchy) ถูกมองเป็นระบบการเมือง ไม่ใช่เพียงอคติส่วนบุคคลของผู้ชายบางคน
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การเมืองเรื่องเพศ ปิตาธิปไตย อำนาจ วรรณกรรมกับเพศสภาพ และเฟมินิสต์แนวรุนแรง
ชูลามิธ ไฟร์สโตน (Shulamith Firestone)#
- ผลงานสำคัญ: The Dialectic of Sex, Airless Spaces
- แนวคิดหลัก: นักคิดเฟมินิสต์แนวรุนแรงที่เชื่อมการกดขี่ทางเพศเข้ากับชีววิทยา การสืบพันธุ์ ครอบครัว และเทคโนโลยี เสนอว่าการตั้งครรภ์ การคลอด และโครงสร้างครอบครัวแบบดั้งเดิมผูกผู้หญิงไว้กับบทบาททางชีววิทยาและสังคม จึงมองว่าเทคโนโลยีการสืบพันธุ์อาจเป็นพื้นที่หนึ่งในการปลดปล่อยผู้หญิงจากระบบเพศแบบเดิม
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เฟมินิสต์แนวรุนแรง การสืบพันธุ์ ครอบครัว การกดขี่เชิงชีววิทยา และเทคโนโลยีกับการปลดปล่อย
เบลล์ ฮุกส์ (bell hooks)#
- ผลงานสำคัญ: Ain't I a Woman?, Feminist Theory: From Margin to Center, Feminism Is for Everybody, All About Love
- แนวคิดหลัก: ทำให้ขบวนความคิดเฟมินิสต์ไม่จำกัดอยู่กับประสบการณ์ของผู้หญิงผิวขาวชนชั้นกลาง เสนอว่าเฟมินิสต์คือการต่อสู้เพื่อยุติการกดขี่ทางเพศ ไม่ใช่เพียงการทำให้ผู้หญิงบางกลุ่มมีอำนาจเทียบเท่าผู้ชายบางกลุ่ม เชื่อมโยงเพศสภาพเข้ากับเชื้อชาติ ชนชั้น ทุนนิยม การศึกษา ความรัก และชุมชน โดยเน้นการมองจาก "ชายขอบ" (margin) เพราะตำแหน่งชายขอบทำให้เห็นโครงสร้างอำนาจที่ศูนย์กลางมักมองไม่เห็น
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ชายขอบ เชื้อชาติ/ชนชั้น/เพศสภาพ การกดขี่เชิงเพศ ความรัก และเฟมินิสต์ผิวดำ (Black feminism)
ออเดร ลอร์ด (Audre Lorde)#
- ผลงานสำคัญ: Sister Outsider, Zami: A New Spelling of My Name, The Cancer Journals, "The Master's Tools Will Never Dismantle the Master's House"
- แนวคิดหลัก: ให้ความสำคัญกับเสียงของผู้หญิงผิวดำ เลสเบี้ยน กวี แม่ และผู้รอดชีวิตจากความเจ็บป่วย มองว่าความแตกต่างไม่ใช่สิ่งที่ต้องลบทิ้ง แต่เป็นพลังทางความคิดและการเมือง เสนอว่าความเงียบไม่อาจปกป้องเราได้ และเครื่องมือของนายทาสไม่อาจรื้อบ้านของนายทาสได้ หมายความว่าไม่อาจใช้โครงสร้างอำนาจเดิมเพื่อสร้างการปลดปล่อยที่แท้จริง
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความแตกต่าง เสียง ความโกรธ ความเงียบ และพลังเชิงกามารมณ์ (the erotic as power)
แองเจลา เดวิส (Angela Davis)#
- ผลงานสำคัญ: Women, Race & Class, Are Prisons Obsolete?, Freedom Is a Constant Struggle, Women, Culture & Politics
- แนวคิดหลัก: เชื่อมปรัชญาเฟมินิสต์เข้ากับเชื้อชาติ ชนชั้น ทุนนิยม ระบบทาส เรือนจำ และความรุนแรงของรัฐ ชี้ให้เห็นว่าการกดขี่ผู้หญิงไม่ได้เกิดจากเพศเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์เชื้อชาติ แรงงาน ระบบเรือนจำ และเศรษฐกิจการเมือง มองว่าการปลดปล่อยผู้หญิงแยกออกจากการปลดปล่อยทางชนชั้น เชื้อชาติ และการรื้อระบบลงโทษไม่ได้
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เชื้อชาติ ชนชั้น การเลิกระบบเรือนจำ (prison abolition) ทุนนิยม และการปลดปล่อย
คิมเบอร์เล เครนชอว์ (Kimberlé Crenshaw)#
- ผลงานสำคัญ: "Demarginalizing the Intersection of Race and Sex", "Mapping the Margins: Intersectionality, Identity Politics, and Violence against Women of Color" และงานด้านทฤษฎีเชื้อชาติวิพากษ์ (Critical Race Theory) และกฎหมายสิทธิพลเมือง
- แนวคิดหลัก: เสนอแนวคิดอัตลักษณ์ซ้อนทับ (intersectionality) เพื่ออธิบายว่าการกดทับไม่ได้ทำงานเป็นเส้นเดียว เช่น เพศอย่างเดียวหรือเชื้อชาติอย่างเดียว แต่ซ้อนทับกันในชีวิตจริง ผู้หญิงผิวดำไม่ได้ถูกกดทับแบบ "ผู้หญิงทั่วไป" บวกกับ "คนผิวดำทั่วไป" อย่างง่าย แต่ประสบการณ์ของเธอเกิดจากตำแหน่งที่เพศ เชื้อชาติ กฎหมาย และอำนาจมาบรรจบกัน
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ อัตลักษณ์ซ้อนทับ ทฤษฎีเชื้อชาติวิพากษ์ กฎหมาย การถูกผลักเป็นชายขอบ และการกดทับเชิงโครงสร้าง
จูดิธ บัตเลอร์ (Judith Butler)#
- ผลงานสำคัญ: Gender Trouble, Bodies That Matter, Undoing Gender, Precarious Life, Notes Toward a Performative Theory of Assembly
- แนวคิดหลัก: แกนกลางของทฤษฎีเพศสภาพ (gender theory) และทฤษฎีเควียร์ (queer theory) เสนอแนวคิดการแสดงบทบาททางเพศสภาพ (gender performativity) คือเพศสภาพไม่ได้เป็นแก่นแท้ภายในที่มีอยู่ก่อน แต่ถูกผลิตซ้ำผ่านการกระทำ ภาษา ท่าที กฎเกณฑ์ และบรรทัดฐานทางสังคม ไม่ได้หมายความว่าเพศเป็นการแสดงที่เลือกเล่นบทใดก็ได้ตามใจ แต่หมายความว่าตัวตน (subject) ถูกสร้างผ่านระบบบรรทัดฐานที่ทำให้บางตัวตน "อ่านออก" และบางตัวตน "อ่านไม่ออก" ในสายตาสังคม
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การแสดงบทบาททางเพศสภาพ ทฤษฎีเควียร์ บรรทัดฐาน การก่อร่างของตัวตน และความสามารถในการถูกรับรู้ (intelligibility)
ลูซ อิริการาย (Luce Irigaray)#
- ผลงานสำคัญ: Speculum of the Other Woman, This Sex Which Is Not One, An Ethics of Sexual Difference, I Love to You
- แนวคิดหลัก: วิจารณ์ปรัชญาและจิตวิเคราะห์ตะวันตกว่าเต็มไปด้วยโครงสร้างที่ใช้ความเป็นชายเป็นศูนย์กลาง (phallocentric) ของภาษา เหตุผล และความหมาย ไม่ได้เพียงเรียกร้องความเท่าเทียมแบบให้ผู้หญิงเหมือนผู้ชาย แต่ตั้งคำถามว่าภาษาและปรัชญาจะคิด "ความแตกต่างทางเพศ" ได้อย่างไร โดยไม่ลดทอนผู้หญิงให้เป็นเงาหรือภาพสะท้อนของผู้ชาย
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความแตกต่างทางเพศ ระบบที่ใช้ความเป็นชายเป็นศูนย์กลาง (phallocentrism) ความเป็นประธานแบบหญิง การเลียนแบบ (mimesis) และผู้หญิงในฐานะอื่น
จูเลีย คริสเตวา (Julia Kristeva)#
- ผลงานสำคัญ: Revolution in Poetic Language, Powers of Horror, Strangers to Ourselves, Black Sun
- แนวคิดหลัก: เชื่อมปรัชญาเฟมินิสต์ จิตวิเคราะห์ ภาษาศาสตร์ และทฤษฎีวรรณกรรมเข้าด้วยกัน แนวคิดสำคัญคือคู่ตรงข้ามระหว่างมิติเชิงสัญญะ (semiotic) กับมิติเชิงสัญลักษณ์ (symbolic) และแนวคิดการถูกขับไล่ (abjection) คือสิ่งที่ตัวตนต้องผลักออกไปเพื่อสร้างขอบเขตของตนเอง เช่น เลือด ศพ ของเสีย ร่างของแม่ หรือสิ่งที่ทำให้เส้นแบ่งระหว่าง "ฉัน" กับ "ไม่ใช่ฉัน" สั่นคลอน
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ Abjection มิติเชิงสัญญะ มิติเชิงสัญลักษณ์ ร่างของแม่ และการก่อร่างของตัวตน
เอเลน ซิกซู (Hélène Cixous)#
- ผลงานสำคัญ: "The Laugh of the Medusa", The Newly Born Woman, Three Steps on the Ladder of Writing
- แนวคิดหลัก: เสนอแนวคิดการเขียนแบบผู้หญิง (écriture féminine) มองว่าภาษาวรรณกรรมและปรัชญาตะวันตกถูกจัดวางด้วยโครงสร้างที่ชายเป็นใหญ่ จึงจำเป็นต้องมีการเขียนที่เปิดพื้นที่ให้ร่างกาย ความปรารถนา ความฝัน และเสียงที่ถูกกดทับ งานเขียนในความหมายนี้จึงไม่ใช่เพียงการส่งข้อมูล แต่เป็นการต่อสู้กับรูปแบบภาษาที่เคยทำให้บางชีวิตพูดไม่ได้
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การเขียนแบบผู้หญิง การเขียนผ่านร่างกาย ภาษาของผู้หญิง ความปรารถนา และ "The Laugh of the Medusa"
แครอล กิลลิแกน (Carol Gilligan)#
- ผลงานสำคัญ: In a Different Voice, The Birth of Pleasure, Joining the Resistance
- แนวคิดหลัก: วิจารณ์ทฤษฎีพัฒนาการทางศีลธรรมที่ใช้มาตรฐานแบบผู้ชายเป็นศูนย์กลาง เสนอว่าเสียงทางศีลธรรมของผู้หญิงมักถูกเข้าใจผิดว่า "ด้อยกว่า" เพราะไม่ได้พูดด้วยภาษาของกฎ ความยุติธรรม และความเป็นอิสระแบบนามธรรมเพียงอย่างเดียว เสนอจริยศาสตร์แห่งการดูแล (ethics of care) ซึ่งให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ ความรับผิดชอบ การรับฟัง และการไม่ทอดทิ้งผู้อื่น
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ จริยศาสตร์แห่งการดูแล พัฒนาการทางศีลธรรม เสียง ความสัมพันธ์ และความรับผิดชอบ
เนล นอดดิงส์ (Nel Noddings)#
- ผลงานสำคัญ: Caring: A Feminine Approach to Ethics and Moral Education, Starting at Home, The Challenge to Care in Schools
- แนวคิดหลัก: พัฒนาจริยศาสตร์แห่งการดูแล (ethics of care) ให้เป็นระบบมากขึ้น มองว่าจริยธรรมไม่ได้เริ่มจากกฎสากล แต่เริ่มจากความสัมพันธ์ระหว่างผู้ดูแลและผู้ถูกรับการดูแล การดูแลในความหมายนี้ไม่ใช่อารมณ์อ่อนโยนเฉย ๆ แต่เป็นการตอบสนองต่อความเป็นจริงของอีกฝ่ายอย่างมีความรับผิดชอบ
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ จริยศาสตร์แห่งการดูแล จริยธรรมเชิงสัมพันธภาพ การศึกษาทางศีลธรรม ความสัมพันธ์แห่งการดูแล และการตอบสนอง
แนนซี โชโดโรว์ (Nancy Chodorow)#
- ผลงานสำคัญ: The Reproduction of Mothering, Feminism and Psychoanalytic Theory, The Power of Feelings
- แนวคิดหลัก: จุดเชื่อมสำคัญระหว่างปรัชญาเฟมินิสต์กับจิตวิเคราะห์ วิเคราะห์ว่าความเป็นหญิง ความเป็นชาย และบุคลิกภาพทางเพศไม่ได้เกิดจากชีววิทยาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากโครงสร้างครอบครัว การเลี้ยงดู และความสัมพันธ์กับแม่ในวัยต้น เสนอว่าเพราะผู้หญิงมักเป็นผู้เลี้ยงดูหลัก เด็กหญิงและเด็กชายจึงพัฒนาขอบเขตตัวตน ความสัมพันธ์ และความเป็นอิสระต่างกัน
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เฟมินิสต์เชิงจิตวิเคราะห์ การเลี้ยงดูโดยแม่ บุคลิกภาพทางเพศ ขอบเขตของอัตตา และโครงสร้างครอบครัว
แซนดรา ฮาร์ดิง (Sandra Harding)#
- ผลงานสำคัญ: The Science Question in Feminism, Whose Science? Whose Knowledge?, Is Science Multicultural?
- แนวคิดหลัก: นักคิดสำคัญของญาณวิทยาเฟมินิสต์ (feminist epistemology) ตั้งคำถามกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่อ้างความเป็นกลาง โดยเสนอว่าไม่มีความรู้ใดลอยเหนือสังคมอย่างสมบูรณ์ เสนอทฤษฎีจุดยืน (standpoint epistemology) และความเที่ยงธรรมเข้มแข็ง (strong objectivity) — ความรู้ที่ดีไม่ใช่ความรู้ที่แสร้งว่าไม่มีตำแหน่ง แต่ต้องรู้ว่าตนเองยืนอยู่ตรงไหน ใครถูกนับ ใครถูกตัดออก และโครงสร้างอำนาจส่งผลต่อการผลิตความรู้อย่างไร
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ญาณวิทยาเฟมินิสต์ ทฤษฎีจุดยืน ความเที่ยงธรรมเข้มแข็ง การวิพากษ์วิทยาศาสตร์ และความรู้ที่มีตำแหน่ง (situated knowledge)
ดอนนา ฮาราเวย์ (Donna Haraway)#
- ผลงานสำคัญ: "A Cyborg Manifesto", "Situated Knowledges", Simians, Cyborgs, and Women, Staying with the Trouble
- แนวคิดหลัก: วิจารณ์ความรู้แบบ "มองจากพระเจ้า" หรือความรู้ที่แสร้งว่าผู้รู้ไม่มีร่างกาย ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีประวัติศาสตร์ เสนอแนวคิดความรู้ที่มีตำแหน่ง (situated knowledge) คือความรู้ที่ยอมรับตำแหน่ง มุมมอง และเงื่อนไขของผู้รู้ อีกแนวคิดสำคัญคือ "ไซบอร์ก" (cyborg) ซึ่งใช้รื้อเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร ธรรมชาติกับวัฒนธรรม ชายกับหญิง และเปิดทางสู่ปรัชญาเฟมินิสต์หลังมนุษย์ (posthuman feminism)
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความรู้ที่มีตำแหน่ง ไซบอร์ก เฟมินิสต์หลังมนุษย์ มุมมองบางส่วน (partial perspective) และธรรมชาติ/วัฒนธรรม
แพทริเซีย ฮิลล์ คอลลินส์ (Patricia Hill Collins)#
- ผลงานสำคัญ: Black Feminist Thought, Intersectionality, Black Sexual Politics, Fighting Words
- แนวคิดหลัก: นักคิดสำคัญของความคิดเฟมินิสต์ผิวดำ (Black feminist thought) เสนอว่าเพศ เชื้อชาติ ชนชั้น และเพศวิถีทำงานร่วมกันเป็นเมทริกซ์ของการครอบงำ (matrix of domination) เสนอแนวคิดสถานะ "คนนอกที่อยู่ข้างใน" (outsider within) คือสถานะของคนที่อยู่ในระบบพอจะเห็นมัน แต่ก็ถูกผลักออกจากศูนย์กลางพอจะเห็นสิ่งที่คนในศูนย์กลางมองไม่เห็น
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความคิดเฟมินิสต์ผิวดำ เมทริกซ์ของการครอบงำ คนนอกที่อยู่ข้างใน อัตลักษณ์ซ้อนทับ และความรู้กับอำนาจ
แนนซี เฟรเซอร์ (Nancy Fraser)#
- ผลงานสำคัญ: Justice Interruptus, Redistribution or Recognition?, Fortunes of Feminism, The Old Is Dying and the New Cannot Be Born
- แนวคิดหลัก: เชื่อมปรัชญาเฟมินิสต์เข้ากับทฤษฎีวิพากษ์และปรัชญาการเมือง เสนอว่าความยุติธรรมต้องพิจารณาอย่างน้อยสามมิติ คือ การกระจายทรัพยากร (redistribution) การยอมรับศักดิ์ศรีและอัตลักษณ์ (recognition) และการมีสิทธิเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่การเมือง (representation) ช่วยไม่ให้ปรัชญาเฟมินิสต์ติดอยู่แค่การเมืองเรื่องอัตลักษณ์ แต่ดึงกลับไปสู่ทุนนิยม สถาบัน เศรษฐกิจ และความยุติธรรมเชิงโครงสร้าง
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การกระจายทรัพยากร การยอมรับ การมีผู้แทน ความยุติธรรม และทุนนิยม
เซย์ลา เบนฮาบิบ (Seyla Benhabib)#
- ผลงานสำคัญ: Situating the Self, The Claims of Culture, Another Cosmopolitanism, Critique, Norm, and Utopia
- แนวคิดหลัก: เชื่อมปรัชญาเฟมินิสต์เข้ากับทฤษฎีวิพากษ์ ประชาธิปไตย และจริยศาสตร์ เสนอความแตกต่างระหว่าง "อื่นในเชิงภาพรวม" (generalized other) กับ "อื่นในเชิงรูปธรรม" (concrete other) — อื่นในเชิงภาพรวมคือการมองผู้อื่นในฐานะมนุษย์สากลที่มีสิทธิเท่ากัน ส่วนอื่นในเชิงรูปธรรมคือการมองผู้อื่นในฐานะคนจริงที่มีประวัติ ความสัมพันธ์ ความเปราะบาง และสถานการณ์เฉพาะ แนวคิดนี้ช่วยให้จริยธรรมไม่แห้งแล้งเป็นกฎสากลอย่างเดียว แต่ยังคงความเป็นมนุษย์เฉพาะหน้าของแต่ละคนไว้
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ อื่นในเชิงรูปธรรม อื่นในเชิงภาพรวม จริยธรรมเชิงการสื่อสาร ประชาธิปไตย และตัวตนที่มีตำแหน่ง
มาร์ธา นุสส์บาม (Martha Nussbaum)#
- ผลงานสำคัญ: Women and Human Development, Sex and Social Justice, Creating Capabilities, Frontiers of Justice
- แนวคิดหลัก: พัฒนาแนวคิดขีดความสามารถ (capabilities approach) ซึ่งเป็นแนวคิดเรื่องศักยภาพขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มองว่าความยุติธรรมไม่ควรวัดเพียงว่าคนมีสิทธิบนกระดาษหรือไม่ แต่ต้องพิจารณาว่ามนุษย์มีเงื่อนไขจริงในการใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีหรือไม่ สำหรับปรัชญาเฟมินิสต์ แนวคิดนี้สำคัญมาก เพราะผู้หญิงอาจมีสิทธิทางกฎหมายแต่ยังขาดโอกาสจริงด้านร่างกาย การศึกษา เศรษฐกิจ ความปลอดภัย และเสรีภาพในการเลือกชีวิต
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ แนวคิดขีดความสามารถ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความยุติธรรมทางสังคม การพัฒนาของผู้หญิง และเสรีภาพเชิงปฏิบัติ
เกล รูบิน (Gayle Rubin)#
- ผลงานสำคัญ: "The Traffic in Women", "Thinking Sex", Deviations
- แนวคิดหลัก: เสนอแนวคิดระบบเพศ/เพศสภาพ (sex/gender system) เพื่ออธิบายว่าระบบสังคมเปลี่ยนเพศทางชีววิทยาให้กลายเป็นบทบาท ความสัมพันธ์ และข้อห้ามทางสังคมอย่างไร มีความสำคัญต่อทฤษฎีเควียร์และการศึกษาเรื่องเพศวิถี (sexuality studies) เพราะแยกให้เห็นว่าการกดขี่ทางเพศสภาพกับการกดขี่ทางเพศวิถีมีจุดซ้อนทับกัน แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกันทั้งหมด
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ระบบเพศ/เพศสภาพ ลำดับชั้นทางเพศ เครือญาติ การแลกเปลี่ยนผู้หญิง และการศึกษาเรื่องเพศวิถี
ซารา อาห์เหม็ด (Sara Ahmed)#
- ผลงานสำคัญ: The Cultural Politics of Emotion, Queer Phenomenology, Living a Feminist Life, The Promise of Happiness
- แนวคิดหลัก: วิเคราะห์อารมณ์ ร่างกาย พื้นที่ และทิศทางของชีวิตในเชิงปรากฏการณ์วิทยาเฟมินิสต์ (feminist phenomenology) เสนอว่าอารมณ์ไม่ใช่เพียงสิ่งที่อยู่ภายในแต่ละคน แต่ไหลเวียนในสังคมและติดอยู่กับร่างบางแบบ คนบางกลุ่ม และสัญลักษณ์บางอย่าง แนวคิด "ผู้ทำลายความรื่นเริงแบบเฟมินิสต์" (feminist killjoy) อธิบายว่าคนที่ชี้ให้เห็นความไม่เป็นธรรมมักถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ทำลายบรรยากาศ ทั้งที่ปัญหาจริงอยู่ในโครงสร้างที่ไม่มีใครอยากมอง
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ Feminist Killjoy ผลกระทบทางอารมณ์ (affect) อารมณ์ ปรากฏการณ์วิทยาเควียร์ และการวางทิศทาง (orientation)
โรซี ไบรดอตติ (Rosi Braidotti)#
- ผลงานสำคัญ: Nomadic Subjects, The Posthuman, Posthuman Knowledge, Metamorphoses
- แนวคิดหลัก: นักคิดสำคัญของเฟมินิสต์หลังมนุษย์ (posthuman feminism) เสนอแนวคิดตัวตนเร่ร่อน (nomadic subject) หรือตัวตนที่ไม่ยึดติดกับอัตลักษณ์แข็งตัวแบบเดิม วิจารณ์ภาพมนุษย์แบบมนุษยนิยมดั้งเดิม (humanism) ที่มักมีมนุษย์ชายยุโรปเป็นศูนย์กลาง และเสนอให้คิดเรื่องตัวตนใหม่ผ่านร่างกาย เทคโนโลยี สัตว์ สิ่งแวดล้อม และเครือข่ายชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์เท่านั้น
- หมายเหตุวิชาการ: คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ตัวตนเร่ร่อน เฟมินิสต์หลังมนุษย์ การดำรงอยู่ผ่านร่างกาย (embodiment) ความแตกต่าง และแนวคิดต่อต้านมนุษยนิยม (anti-humanism)
อภิธานศัพท์#
- ปิตาธิปไตย (Patriarchy): ระบบที่อำนาจทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจกระจุกตัวอยู่กับผู้ชายเป็นหลัก
- อัตลักษณ์ซ้อนทับ (Intersectionality): แนวคิดที่อธิบายว่าการกดทับทางเพศ เชื้อชาติ ชนชั้น และปัจจัยอื่นซ้อนทับและมีปฏิสัมพันธ์กัน ไม่ได้ทำงานแยกจากกัน
- การแสดงบทบาททางเพศสภาพ (Gender Performativity): แนวคิดของจูดิธ บัตเลอร์ที่ว่าเพศสภาพไม่ใช่แก่นแท้ที่มีอยู่ก่อน แต่ถูกผลิตซ้ำผ่านการกระทำซ้ำ ๆ ตามบรรทัดฐานทางสังคม
- จริยศาสตร์แห่งการดูแล (Ethics of Care): กรอบจริยธรรมที่เน้นความสัมพันธ์ ความรับผิดชอบ และการตอบสนองต่อผู้อื่น แทนที่จะเริ่มจากกฎสากลเพียงอย่างเดียว
- ญาณวิทยาเฟมินิสต์ (Feminist Epistemology): สายวิชาการที่ตั้งคำถามกับความเป็นกลางของความรู้และวิทยาศาสตร์ โดยพิจารณาว่าตำแหน่งทางสังคมของผู้รู้ส่งผลต่อการผลิตความรู้อย่างไร
- เฟมินิสต์หลังมนุษย์ (Posthuman Feminism): แนวคิดที่ขยายคำถามเรื่องเพศสภาพไปสู่เทคโนโลยี สัตว์ และเครือข่ายชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ ท้าทายศูนย์กลางความเป็นมนุษย์แบบเดิม
ข้อควรระวังทางวิชาการ#
ปรัชญาเฟมินิสต์เป็นสายที่มีความหลากหลายภายในสูงมาก นักคิดที่รวบรวมไว้ในหน้านี้มาจากสำนักย่อยที่มีข้อสมมติฐานและวิธีวิเคราะห์ต่างกัน — บางส่วนขัดแย้งกันเอง เช่น จุดยืนของเสรีนิยมเฟมินิสต์กับเฟมินิสต์แนวรุนแรงต่อประเด็นครอบครัวและการแต่งงาน จึงไม่ควรอ่านรายชื่อนี้เป็นภาพรวมความคิดเดียวที่สอดคล้องกันทั้งหมด แต่ควรเข้าใจว่าเป็นแผนที่ของข้อถกเถียงและสายคิดที่พัฒนาสืบเนื่องและโต้แย้งกันตลอดประวัติศาสตร์ของสายวิชาการนี้
หมายเหตุการขัดเกลา: ปรับจากบันทึกต้นทางให้อยู่ในรูปแบบร้อยแก้ววิชาการ คงสาระ รายชื่อผลงาน และแนวคิดหลักของนักคิดแต่ละคนตามต้นฉบับ ไม่มีการเพิ่มเติมข้อเท็จจริงหรือผลงานใหม่นอกเหนือจากที่ปรากฏในต้นทาง