จิตวิทยามนุษยนิยม (Humanistic / Person-Centered / Gestalt)#
ศาสตร์: จิตวิทยา · สายย่อย: จิตวิทยามนุษยนิยม (Humanistic Psychology) / จิตบำบัดยึดบุคคลเป็นศูนย์กลาง (Person-Centered) / จิตบำบัดเกสตัลท์ (Gestalt Therapy) / รากจิตวิทยาเกสตัลท์ (Gestalt Psychology)
คำอธิบายให้เห็นภาพ#
จิตวิทยามนุษยนิยมเกิดขึ้นในฐานะ "พลังที่สาม" (Third Force) ของวงการจิตวิทยา ถัดจากจิตวิเคราะห์ (Psychoanalysis) ที่มองมนุษย์ผ่านแรงขับไร้สำนึกและความขัดแย้งภายใน และพฤติกรรมนิยม (Behaviorism) ที่มองมนุษย์ผ่านการวางเงื่อนไขจากสิ่งแวดล้อม สำนักนี้เสนอมุมมองต่างออกไปว่า มนุษย์มีศักยภาพในการเติบโต มีเสรีภาพในการเลือก มีความสามารถในการสร้างความหมายให้ชีวิต และควรถูกศึกษาในฐานะองค์รวม (whole person) ที่มีประสบการณ์ตรงเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่ผลรวมของกลไกย่อย
ภายใต้ร่มของแนวคิดนี้แตกออกเป็นสายย่อยที่สัมพันธ์กันแต่มีจุดเน้นต่างกัน สายแรกคือทฤษฎีมนุษยนิยมแกนกลาง เช่น ลำดับขั้นความต้องการของ Maslow และแนวคิดการเติบโตของตัวตน สายที่สองคือจิตบำบัดยึดบุคคลเป็นศูนย์กลางของ Carl Rogers ซึ่งเชื่อว่ามนุษย์มีแนวโน้มโดยธรรมชาติที่จะเยียวยาและพัฒนาตนเองหากอยู่ในความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยและได้รับการยอมรับ สายที่สามคือจิตบำบัดเกสตัลท์ของ Fritz Perls ที่เน้นการรับรู้ในปัจจุบันขณะ (here-and-now) และการสัมผัสประสบการณ์อย่างเป็นองค์รวม และสายที่สี่คือจิตวิทยาเกสตัลท์ (Gestalt Psychology) ซึ่งเป็นรากทางทฤษฎีการรับรู้ที่มีอิทธิพลต่อจิตบำบัดเกสตัลท์ แม้จะเป็นคนละสาขากันโดยตรง
ความเป็นมาและกรอบความคิด#
1) จิตวิทยามนุษยนิยม (Humanistic Psychology)#
ก่อตัวขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 โดยกลุ่มนักคิดที่ไม่พอใจกับกรอบจำกัดของจิตวิเคราะห์และพฤติกรรมนิยม แนวคิดแกนกลางประกอบด้วยศักยภาพมนุษย์ (human potential) เสรีภาพและการเลือก ความหมายของชีวิต ประสบการณ์ตรงเชิงปรากฏการณ์วิทยา ความเป็นองค์รวม (holism) และแนวโน้มการเติบโตของตัวตน (self-actualization)
- Abraham Maslow — ผู้ก่อตั้งคนสำคัญ เสนอลำดับขั้นความต้องการ (hierarchy of needs) แนวคิดการรู้จักตนเองอย่างเต็มศักยภาพ (self-actualization) ประสบการณ์สูงสุด (peak experience) และคุณค่าแห่งการเป็น (Being-values) ผลงานหลักได้แก่ A Theory of Human Motivation (1943), Motivation and Personality (1954), Toward a Psychology of Being (1962)
- Carl Rogers — ผู้ก่อตั้ง Person-Centered Therapy เสนอแนวคิดอัตมโนทัศน์ (self-concept) ความสอดคล้องในตน (congruence) การยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข (unconditional positive regard) ความเห็นอกเห็นใจ (empathy) และแนวโน้มการพัฒนาตน (actualizing tendency) ผลงานหลักได้แก่ Client-Centered Therapy (1951), On Becoming a Person (1961)
- Rollo May — นักคิดแกนกลางของจิตวิทยาอัตถิภาวนิยม-มนุษยนิยม (Existential-Humanistic Psychology) ศึกษาความวิตกกังวล เสรีภาพ เจตจำนง ความกล้าหาญ และความหมาย ผลงานหลักได้แก่ The Meaning of Anxiety (1950), Love and Will (1969), The Courage to Create (1975)
- James F. T. Bugental — ผู้พัฒนา Existential-Humanistic Psychotherapy เน้นความจริงแท้ (authenticity) และการดำรงอยู่ในปัจจุบัน (presence) ผลงานหลักคือ The Search for Authenticity (1965)
- Charlotte Bühler — นักจิตวิทยาพัฒนาการ ศึกษาเป้าหมายชีวิตและการเติบโตของมนุษย์ตลอดช่วงชีวิต ผลงานหลักคือ The Course of Human Life
- Gordon Allport — นักจิตวิทยาบุคลิกภาพผู้เสนอแนวคิดความเป็นปัจเจก (individuality) และบุคลิกภาพผู้ใหญ่ (mature personality) ผลงานหลักคือ Becoming: Basic Considerations for a Psychology of Personality (1955)
- Henry A. Murray — ผู้พัฒนา Personology ศึกษาความต้องการและแรงกดดันจากสิ่งแวดล้อม (needs, press) ผลงานหลักคือ Explorations in Personality (1938)
- Clark Moustakas — นักพัฒนางานวิจัยเชิงปรากฏการณ์วิทยาและ heuristic inquiry ศึกษาความโดดเดี่ยวและความจริงแท้ ผลงานหลักคือ Loneliness (1961)
- Sidney Jourard — นักคิดเรื่องการเปิดเผยตนเอง (self-disclosure) และความโปร่งใสทางจิตใจ ผลงานหลักคือ The Transparent Self (1964)
- Anthony Sutich — ผู้ร่วมก่อตั้งขบวนการ Humanistic Psychology และ Transpersonal Psychology มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งวารสารของทั้งสองสาย
- Viktor Frankl — นักจิตบำบัดสายอัตถิภาวนิยม ผู้ก่อตั้ง Logotherapy เน้นเจตจำนงต่อความหมาย (will to meaning) ผลงานหลักคือ Man's Search for Meaning (1946)
- Erich Fromm — นักคิดสาย Humanistic Psychoanalysis เชื่อมแนวคิดของ Freud, Marx และมนุษยนิยมเข้าด้วยกัน ศึกษาเสรีภาพ ความแปลกแยก และความรัก ผลงานหลักคือ The Art of Loving (1956), To Have or To Be? (1976)
- Roberto Assagioli — ผู้ก่อตั้ง Psychosynthesis เชื่อมจิตวิทยามนุษยนิยมกับสายทรานส์เพอร์ซันแนล ผลงานหลักคือ Psychosynthesis: A Collection of Basic Writings (1965)
- Amedeo Giorgi — นักจิตวิทยาปรากฏการณ์วิทยา ผู้พัฒนาวิธีวิจัยเชิงพรรณนาแบบปรากฏการณ์วิทยา ผลงานหลักคือ Psychology as a Human Science (1970)
- Irvin D. Yalom — นักจิตบำบัดสายอัตถิภาวนิยมที่มีอิทธิพลสูงในโลกคลินิก ศึกษาความตาย เสรีภาพ ความโดดเดี่ยว และความไร้ความหมาย ผลงานหลักคือ Existential Psychotherapy (1980)
- Kirk J. Schneider — นักคิดร่วมสมัยสาย Existential-Humanistic Psychology ศึกษาความพิศวง (awe) และภาวะจิตแบบสองขั้ว ผลงานหลักคือ The Polarized Mind (2013)
2) จิตบำบัดยึดบุคคลเป็นศูนย์กลาง (Person-Centered / Client-Centered / Rogerian Tradition)#
สายนี้สืบทอดจากแนวคิดของ Carl Rogers โดยตรง มองว่ามนุษย์มีแนวโน้มภายในที่จะเติบโต เยียวยา และพัฒนาตนเอง หากอยู่ในความสัมพันธ์ที่เอื้อให้เกิดความปลอดภัย ความเข้าใจ และการยอมรับ
- Carl Rogers — ผู้ก่อตั้งแนวคิดหลัก (ดูรายละเอียดข้างต้น)
- Eugene Gendlin — ผู้พัฒนา Focusing และ Experiential Psychotherapy จากฐานคิดแบบโรเจอเรียน เสนอแนวคิดความรู้สึกที่สัมผัสได้ (felt sense) ผลงานหลักคือ Focusing (1978)
- Natalie Rogers — ผู้พัฒนา Person-Centered Expressive Arts Therapy เชื่อมศิลปะบำบัดกับแนวคิดยึดบุคคลเป็นศูนย์กลาง
- Brian Thorne — นักเขียนและนักบำบัดสาย Person-Centered สำคัญในอังกฤษ ศึกษาจิตวิญญาณและความสัมพันธ์เชิงบำบัด
- Dave Mearns — นักพัฒนาแนวคิดความลึกเชิงสัมพันธ์ (relational depth) ในงาน Person-Centred Counselling
- Mick Cooper — นักวิชาการร่วมสมัยสาย Person-Centered / Existential / Pluralistic Therapy
- Jerold D. Bozarth — นักปกป้องและขยายแนว Person-Centered แบบดั้งเดิม เน้นเงื่อนไขการบำบัดของ Rogers
- Godfrey T. Barrett-Lennard — นักวิจัยความสัมพันธ์เชิงบำบัด ผู้พัฒนา Relationship Inventory
- John M. Shlien — นักจิตวิทยาสายโรเจอเรียนและผู้ร่วมงานใกล้ชิดกับ Carl Rogers
- Maureen O'Hara — นักคิด Person-Centered ร่วมสมัย เชื่อมแนวคิดบำบัดเข้ากับวัฒนธรรม การศึกษา และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
- Leslie S. Greenberg — ผู้พัฒนา Emotion-Focused Therapy จากรากฐานมนุษยนิยมและ Person-Centered
- Laura N. Rice — นักวิจัยและนักพัฒนา Experiential Therapy ศึกษากระบวนการของผู้รับบริการ
- Robert Elliott — นักวิจัย Humanistic-Experiential Psychotherapy และ Emotion-Focused Therapy
- Jeanne C. Watson — นักวิชาการและนักบำบัดสาย Emotion-Focused ศึกษาความเห็นอกเห็นใจและการรักษาภาวะซึมเศร้า
- Arthur C. Bohart — นักคิดสาย Humanistic / Constructivist ศึกษาบทบาทเชิงรุกของผู้รับบริการในการบำบัด
3) จิตบำบัดเกสตัลท์ (Gestalt Therapy)#
พัฒนาโดยกลุ่ม Perls-Goodman-From เน้นการรับรู้ (awareness) การอยู่กับปัจจุบันขณะ (here-and-now) การสัมผัส (contact) ขอบเขตของการสัมผัส (contact boundary) ความรับผิดชอบ ประสบการณ์เชิงกาย (embodied experience) และธุระที่ค้างคา (unfinished business)
- Fritz Perls — ผู้ก่อตั้งหลัก เสนอแนวคิดเก้าอี้ว่าง (empty chair) การควบคุมตนเองแบบองคาพยพ (organismic self-regulation) ผลงานหลักคือ Gestalt Therapy: Excitement and Growth in the Human Personality (1951, ร่วมกับ Ralph Hefferline และ Paul Goodman)
- Laura Perls — ผู้ร่วมก่อตั้งและแกนสำคัญของ New York Gestalt เน้นการสัมผัสและการรองรับ (support) เชิงกาย
- Paul Goodman — ผู้ร่วมวางฐานทฤษฎีสำคัญ ศึกษาสนามองค์รวม-สิ่งแวดล้อม (organism-environment field) และการวิพากษ์สังคม
- Ralph F. Hefferline — ผู้ร่วมเขียนตำราพื้นฐานของ Gestalt Therapy เน้นการทดลองด้านการรับรู้
- Isadore From — นักทฤษฎีและครูสำคัญของ New York Gestalt Therapy ศึกษาขอบเขตการสัมผัสและบทสนทนา
- Erving Polster — นักพัฒนา Gestalt Therapy ให้เป็นระบบคลินิกที่เข้าใจง่าย ผลงานหลักคือ Gestalt Therapy Integrated (ร่วมกับ Miriam Polster)
- Miriam Polster — นักบำบัดสำคัญ ผู้ร่วมพัฒนาแนวคลินิกของ Gestalt Therapy
- Joseph Zinker — นักบำบัดสาย creative process ศึกษาการทดลองเชิงสร้างสรรค์และกระบวนการกลุ่ม
- Gary Yontef — นักทฤษฎีร่วมสมัย ศึกษาการรับรู้ บทสนทนา และทฤษฎีสนาม (field theory)
- Lynne Jacobs — นักคิดสาย Relational Gestalt Therapy ศึกษาความอับอายและภาวะระหว่างตัวตน (intersubjectivity)
- Violet Oaklander — ผู้พัฒนา Gestalt Therapy สำหรับเด็กและวัยรุ่น ผลงานหลักคือ Windows to Our Children
- Claudio Naranjo — นักบำบัดผู้เชื่อม Gestalt Therapy กับแนวคิด human potential และ Enneagram
- James I. Kepner — นักพัฒนา Gestalt Therapy สาย body process ศึกษาประสบการณ์เชิงกายและการเยียวยาบาดแผล
- Gordon Wheeler — นักทฤษฎีร่วมสมัย ศึกษาความอับอาย ตัวตน และสนามเชิงสัมพันธ์
- Edwin C. Nevis — นักพัฒนา Gestalt Approach ในบริบทองค์กรและการให้คำปรึกษา
- Sonia Nevis — นักบำบัดสำคัญด้านครอบครัว คู่สัมพันธ์ และระบบความสัมพันธ์
- Malcolm Parlett — นักคิดสาย field theory เสนอแนวคิด "The Five Explorations"
- Jean-Marie Robine — นักทฤษฎีร่วมสมัยสายฝรั่งเศส ศึกษาการสัมผัส สถานการณ์ และมิติทางสังคม
- Margherita Spagnuolo Lobb — นักคิดร่วมสมัยสายอิตาลี เสนอแนวคิด now-for-next ในจิตบำบัด
- Peter Philippson — นักทฤษฎีร่วมสมัย ศึกษาตัวตน ความสัมพันธ์ และการเมืองของการบำบัด
- Michael Vincent Miller — นักเขียนและนักทฤษฎีร่วมสมัย ศึกษาความใกล้ชิดและความขัดแย้งเชิงสัมพันธ์
4) จิตวิทยาเกสตัลท์ (Gestalt Psychology) — รากทางทฤษฎี#
Gestalt Psychology ไม่ใช่ Gestalt Therapy โดยตรง แต่เป็นรากทางความคิดเรื่องการรับรู้ (perception) ความเป็นองค์รวม (whole) ความสัมพันธ์รูป-พื้น (figure-ground) และสนาม (field) ที่ส่งอิทธิพลต่อการพัฒนาแนวคิดของ Gestalt Therapy ในเวลาต่อมา
- Max Wertheimer — ผู้ก่อตั้งคนสำคัญ ศึกษาปรากฏการณ์ฟาย (phi phenomenon) และการคิดเชิงสร้างสรรค์
- Wolfgang Köhler — ผู้ก่อตั้งและนักวิจัยการเรียนรู้แบบหยั่งรู้ (insight learning) ผลงานหลักคือ The Mentality of Apes
- Kurt Koffka — ผู้เผยแพร่ Gestalt Psychology สู่โลกภาษาอังกฤษ ผลงานหลักคือ Principles of Gestalt Psychology
- Kurt Lewin — ผู้พัฒนาทฤษฎีสนาม (field theory) มีอิทธิพลต่อ Gestalt Therapy จิตวิทยาสังคม และจิตวิทยาองค์การ เสนอแนวคิดพื้นที่ชีวิต (life space) และพลวัตกลุ่ม (group dynamics)
นักคิดสำคัญ#
สรุปนักคิดหลักตามสายย่อย (รายละเอียดแนวคิดและผลงานอยู่ในหัวข้อความเป็นมาด้านบน):
จิตวิทยามนุษยนิยม: Abraham Maslow, Carl Rogers, Rollo May, James F. T. Bugental, Charlotte Bühler, Gordon Allport, Henry A. Murray, Clark Moustakas, Sidney Jourard, Anthony Sutich, Viktor Frankl, Erich Fromm, Roberto Assagioli, Amedeo Giorgi, Irvin D. Yalom, Kirk J. Schneider
Person-Centered / Rogerian: Carl Rogers, Eugene Gendlin, Natalie Rogers, Brian Thorne, Dave Mearns, Mick Cooper, Jerold D. Bozarth, Godfrey T. Barrett-Lennard, John M. Shlien, Maureen O'Hara, Leslie S. Greenberg, Laura N. Rice, Robert Elliott, Jeanne C. Watson, Arthur C. Bohart
Gestalt Therapy: Fritz Perls, Laura Perls, Paul Goodman, Ralph F. Hefferline, Isadore From, Erving Polster, Miriam Polster, Joseph Zinker, Gary Yontef, Lynne Jacobs, Violet Oaklander, Claudio Naranjo, James I. Kepner, Gordon Wheeler, Edwin C. Nevis, Sonia Nevis, Malcolm Parlett, Jean-Marie Robine, Margherita Spagnuolo Lobb, Peter Philippson, Michael Vincent Miller
Gestalt Psychology (รากทฤษฎี): Max Wertheimer, Wolfgang Köhler, Kurt Koffka, Kurt Lewin
อภิธานศัพท์#
- Self-actualization (การรู้จักตนเองอย่างเต็มศักยภาพ) — แนวโน้มของมนุษย์ในการพัฒนาศักยภาพของตนให้เต็มที่ ตามแนวคิดของ Maslow
- Peak experience (ประสบการณ์สูงสุด) — ช่วงเวลาที่บุคคลรู้สึกถึงความหมาย ความสมบูรณ์ หรือการหลอมรวมอย่างลึกซึ้ง
- Congruence (ความสอดคล้องในตน) — ภาวะที่ประสบการณ์ภายในกับการแสดงออกภายนอกของบุคคลตรงกัน ตามแนวคิดของ Rogers
- Unconditional positive regard (การยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข) — ทัศนคติของผู้บำบัดที่ยอมรับผู้รับบริการโดยไม่ตัดสิน
- Actualizing tendency (แนวโน้มการพัฒนาตน) — แนวโน้มโดยธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตที่จะเติบโตและพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น
- Focusing (การโฟกัสความรู้สึก) — กระบวนการของ Gendlin ในการสัมผัสความรู้สึกที่รับรู้ได้ทางกาย (felt sense) เพื่อเข้าถึงความหมายโดยนัย
- Will to meaning (เจตจำนงต่อความหมาย) — แนวคิดหลักของ Frankl ที่มองว่ามนุษย์มีแรงขับพื้นฐานในการแสวงหาความหมายของชีวิต
- Here-and-now (ที่นี่และเดี๋ยวนี้) — หลักการของ Gestalt Therapy ที่เน้นการรับรู้ประสบการณ์ในปัจจุบันขณะ
- Contact / contact boundary (การสัมผัส / ขอบเขตการสัมผัส) — จุดที่บุคคลมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมหรือผู้อื่น เป็นแนวคิดแกนกลางของ Gestalt Therapy
- Unfinished business (ธุระที่ค้างคา) — ความรู้สึกหรือประสบการณ์ที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย ซึ่งส่งผลต่อการทำงานในปัจจุบัน
- Figure-ground (รูป-พื้น) — หลักการรับรู้ใน Gestalt Psychology ที่อธิบายว่าการรับรู้จะแยกวัตถุเด่น (figure) ออกจากพื้นหลัง (ground)
- Field theory (ทฤษฎีสนาม) — แนวคิดของ Kurt Lewin ที่มองพฤติกรรมเป็นผลจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับสิ่งแวดล้อมทั้งหมดในขณะนั้น
- Relational depth (ความลึกเชิงสัมพันธ์) — แนวคิดในสาย Person-Centered ร่วมสมัยที่อธิบายคุณภาพการเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งระหว่างผู้บำบัดและผู้รับบริการ
ข้อควรระวังทางวิชาการ#
จิตวิทยามนุษยนิยมเป็นสำนักคิดทางวิชาการที่มีรากฐานจากนักจิตวิทยาคลินิกและนักทฤษฎีบุคลิกภาพที่มีผลงานตีพิมพ์และผ่านการทบทวนในวงวิชาการ ไม่ใช่แนวคิดแบบมูเตลูหรือความเชื่อทางจิตวิญญาณที่ไม่มีฐานทฤษฎี อย่างไรก็ตาม แนวคิดบางส่วนในสายนี้ โดยเฉพาะคำว่า self-actualization, human potential, หรือ peak experience มักถูกหยิบยืมไปใช้อย่างหลวม ๆ ในวงการ self-help และตลาดพัฒนาตนเองยุคใหม่ ผู้ศึกษาควรแยกแยะระหว่างการใช้แนวคิดเหล่านี้ในกรอบทฤษฎีดั้งเดิมของ Maslow, Rogers และคณะ ซึ่งมีเงื่อนไข ข้อจำกัด และบริบทการวิจัยที่ชัดเจน กับการนำไปใช้แบบตัดตอนในบริบทการตลาดหรือแรงบันดาลใจทั่วไปที่ขาดความเข้มงวดเชิงทฤษฎี
นอกจากนี้ ควรตระหนักว่า Gestalt Psychology และ Gestalt Therapy เป็นคนละสาขากัน แม้จะมีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ Gestalt Psychology เป็นสาขาการรับรู้เชิงทดลอง (experimental perception) ขณะที่ Gestalt Therapy เป็นแนวปฏิบัติทางจิตบำบัด การใช้คำว่า "เกสตัลท์" จึงควรระบุบริบทให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน
หมายเหตุการขัดเกลา: เอกสารนี้จัดทำจากไฟล์รายชื่อนักคิดและผลงานต้นทางของ ARCHRON โดยจัดโครงสร้างใหม่ให้อยู่ในรูปแบบหน้าสำนักคิด สังเคราะห์คำอธิบายภาพรวมและความเป็นมาจากเนื้อหาที่มีอยู่ในต้นฉบับเท่านั้น ไม่มีการเพิ่มเติมข้อเท็จจริง นักคิด หรือผลงานใหม่นอกเหนือจากที่ปรากฏในต้นทาง รายการแบบย่อสำหรับทำหน้าเว็บไซต์ในต้นฉบับถูกตัดออกเนื่องจากซ้ำซ้อนกับเนื้อหาหลัก