ลัทธิเพลโต (Platonism)#
ปรัชญา · สายย่อย: ลัทธิเพลโตใหม่ (Neoplatonism)
คำอธิบายให้เห็นภาพ#
ลัทธิเพลโตวางความจริงไว้เป็นลำดับชั้น โดยมีแบบรูป (Form) หรือมโนภาพ (Idea) เป็นความจริงที่อยู่เหนือโลกวัตถุ สิ่งเฉพาะหน้าที่เราพบเห็นในโลกเป็นเพียงสิ่งที่มีส่วนร่วมกับแบบรูปที่สมบูรณ์กว่า วิญญาณของมนุษย์จึงมีศักยภาพจะไต่ระดับขึ้นจากโลกแห่งเงาไปสู่ความดี ความงาม และเอกภาพสูงสุด แนวคิดนี้ไม่ได้หยุดอยู่กับเพลโตเพียงคนเดียว แต่ได้รับการสืบทอดและขยายผลต่อเนื่องเป็นเวลาหลายศตวรรษ โดยเฉพาะในช่วงปลายยุคโบราณ (Late Antiquity) ที่เรียกกันในปัจจุบันว่าลัทธิเพลโตใหม่ (Neoplatonism)
ความเป็นมาและกรอบความคิด#
"ลัทธิเพลโตใหม่" (Neoplatonism) เป็นชื่อเรียกสมัยใหม่สำหรับสายลัทธิเพลโตในช่วงปลายยุคโบราณ ตั้งแต่ราวกลางคริสต์ศตวรรษที่ 3 ถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 7 นักคิดกลุ่มนี้เองมักมองตนเองเพียงว่าเป็น "นักปรัชญาสายเพลโต" (Platonists) มากกว่าจะเห็นตนเองเป็นสายใหม่แยกต่างหาก พวกเขาไม่ได้เพียงอ่านงานของเพลโต แต่สังเคราะห์แนวคิดของเพลโต อริสโตเติล ลัทธิสโตอิก ศาสนา ตำนาน (myth) และอภิปรัชญาเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นระบบจักรวาลวิทยาและจิตวิญญาณขนาดใหญ่ (Stanford Encyclopedia of Philosophy)
นักคิดสำคัญ#
เพลโต (Plato)#
- ผลงานสำคัญ: Republic, Symposium, Phaedrus, Phaedo, Timaeus, Parmenides, Theaetetus, Sophist, Laws
- แนวคิดหลัก:
- ทฤษฎีแบบรูป/มโนภาพ (Theory of Forms/Ideas) — สิ่งเฉพาะหน้ามีส่วนร่วมกับแบบรูปที่สูงกว่า
- ความดีสูงสุด (The Good) — หลักที่ทำให้ความจริงและความรู้เป็นไปได้
- ความงามในฐานะบันไดไต่ระดับ (Beauty as Ascent) — ความงามเป็นบันไดพาวิญญาณขึ้นสู่สิ่งสูงกว่า
- วิญญาณสามส่วน (Tripartite Soul) — เหตุผล (reason) จิตใจ/ความฮึกเหิม (spirit) และตัณหา (appetite)
- การระลึกรู้ (Anamnesis) — ความรู้บางชนิดคือการระลึกถึงสิ่งที่วิญญาณเคยรู้มาก่อน
- อุปมาเรื่องถ้ำ (Allegory of the Cave) — มนุษย์ติดอยู่กับเงา ภาพแทน และโลกที่ถูกจัดฉาก
- วิภาษวิธี (Dialectic) — การไต่ความคิดขึ้นไปหาหลักที่สูงกว่า
- ปรารถนาเชิงปรัชญา (Philosophical Eros) — ความปรารถนาไม่ได้มีเพียงด้านกาม แต่เป็นแรงยกวิญญาณขึ้นสู่สิ่งสูงกว่า
- หมายเหตุวิชาการ: เพลโตวางความต่างระหว่าง "สิ่งสวยงามหลายสิ่ง" กับ "ความงามในตัวมันเอง" (Beauty itself) หรือ "แบบรูป" (Form) ที่ทำให้สิ่งเหล่านั้นถูกเรียกว่าสวยได้ และเขาผูกเรื่องนี้เข้ากับวิญญาณ โดยมองว่าวิญญาณต่างจากร่างกาย และเข้าใกล้แบบรูปได้ดีขึ้นเมื่อไม่ถูกพันธนาการด้วยกายภาพ (Stanford Encyclopedia of Philosophy)
โพลตินัส (Plotinus)#
- ผลงานสำคัญ: Enneads — รวบรวมและจัดเรียงโดยพอร์ฟิรี (Porphyry)
- แนวคิดหลัก:
- เอกภาพสูงสุด (The One) — เหนือภาวะมีอยู่ (being) ความคิด (thought) และภาษา (language)
- ปัญญา/สติปัญญา (Nous/Intellect) — ระดับปัญญาสูงอันเป็นที่ตั้งของแบบรูป
- วิญญาณ (Soul) — ตัวกลางระหว่างโลกที่รับรู้ได้ด้วยปัญญา (intelligible) กับโลกที่รับรู้ได้ด้วยผัสสะ (sensible)
- การไหลออก (Emanation) — ความจริงไหลออกจากเอกภาพสูงสุดเป็นลำดับชั้น
- การหวนคืน (Return/Reversion) — สิ่งที่ไหลออกย่อมหวนกลับสู่แหล่งกำเนิด
- การเพ่งพินิจ (Contemplation) — กิจกรรมสูงสุดของวิญญาณ
- การไต่ขึ้นภายใน (Interior Ascent) — การไต่ขึ้นไม่ใช่การเดินออกนอกโลก แต่คือการหันกลับเข้าด้านใน
- การชำระวิญญาณ (Purification) — การชำระวิญญาณจากการติดอยู่กับระดับที่ต่ำกว่า
- หมายเหตุวิชาการ: โพลตินัสมักถูกมองว่าเป็นผู้ก่อตั้งลัทธิเพลโตยุคปลายโบราณ หรือลัทธิเพลโตใหม่ ระบบของเขาวางลำดับหลักเป็นเอกภาพสูงสุด/ปัญญา/วิญญาณ (The One/Intellect/Soul) โดยพอร์ฟิรีเป็นผู้จัดรวบรวมผลงานของเขาเป็น Enneads หกหมวด หมวดละเก้าบท (Stanford Encyclopedia of Philosophy)
โปรคลุส (Proclus)#
- ผลงานสำคัญ: Elements of Theology, Platonic Theology, Commentary on Plato's Parmenides, Commentary on Plato's Timaeus, Commentary on Plato's Republic, Commentary on Euclid
- แนวคิดหลัก:
- ลัทธิเพลโตใหม่เชิงระบบ (Systematic Neoplatonism) — จัดวางลัทธิเพลโตใหม่ให้เป็นระบบที่ละเอียดมาก
- โครงสร้างสามลำดับ (Triadic Structure) — การดำรงอยู่ (remaining) การเคลื่อนออก (procession) และการหวนคืน (return)
- เอกภาพย่อยศักดิ์สิทธิ์ (Henads) — หน่วยเอกภาพศักดิ์สิทธิ์หลายระดับ
- ลำดับชั้นของความจริง (Hierarchy of Reality) — ความจริงมีลำดับชั้นซับซ้อน
- เทวปฏิบัติ/พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ (Theurgy) — พิธีกรรมและสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ในฐานะทางกลับสู่เทพหรือหลักสูงสุด
- สื่อกลางเชิงสัญลักษณ์ (Symbolic Mediation) — สัญลักษณ์ไม่ได้เป็นเพียงภาพแทน แต่เป็นตัวกลางเชื่อมระดับความจริง
- เทววิทยาแบบเพลโต (Platonic Theology) — การอ่านงานเพลโตในฐานะระบบเทววิทยาเชิงปรัชญา
- หมายเหตุวิชาการ: โปรคลุสเป็นหนึ่งในนักคิดปลายยุคโบราณที่มีอิทธิพลมากที่สุด และมีบทบาทสำคัญในการส่งต่อปรัชญาสายเพลโตจากโลกโบราณเข้าสู่ยุคกลาง เขาเป็นหัวหน้าสำนักเพลโต (Platonic Academy) ที่กรุงเอเธนส์เกือบห้าสิบปี และเขียนทั้งอรรถกถาและงานเชิงระบบด้านอภิปรัชญา เทววิทยา ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และจริยศาสตร์ (Stanford Encyclopedia of Philosophy)
พอร์ฟิรี (Porphyry)#
- ผลงานสำคัญ: Life of Plotinus, Isagoge, Sententiae, On Abstinence from Animal Food, Letter to Marcella, Life of Pythagoras, On the Cave of the Nymphs
- แนวคิดหลัก:
- บรรณาธิการของโพลตินัส (Editor of Plotinus) — ผู้จัดระบบ Enneads
- Isagoge — บทนำสู่ตรรกวิทยาของอริสโตเติล มีอิทธิพลต่อยุคกลางอย่างมาก
- วินัยเชิงปรัชญา (Philosophical Discipline) — ชีวิตนักปรัชญาในฐานะการฝึกฝนตนเอง
- การชำระวิญญาณ (Soul Purification) — การชำระวิญญาณผ่านปัญญา จริยธรรม และวินัย
- การตีความเชิงอุปลักษณ์ (Allegorical Interpretation) — การอ่านตำนานและตัวบทในฐานะสัญลักษณ์
- บุคคลเชื่อมสาย (Bridge Figure) — เชื่อมโพลตินัสกับโลกปลายยุคโบราณ ยุคกลาง และการถกเถียงในคริสต์ศาสนา
- หมายเหตุวิชาการ: พอร์ฟิรีเกิดที่เมืองไทร์ (Tyre) ราว ค.ศ. 234 ศึกษากับโพลตินัสที่กรุงโรม และกลายเป็นผู้สืบสายลัทธิเพลโตของโพลตินัส เขาเป็นผู้จัดและเผยแพร่ Enneads รวมถึงเขียนงานหลากหลาย ตั้งแต่ชีวประวัติ ปรัชญา ศาสนา ตรรกวิทยา ไปจนถึงการตีความตำนาน (Stanford Encyclopedia of Philosophy)
มาร์ซิลิโอ ฟีชีโน (Marsilio Ficino)#
- ผลงานสำคัญ: Platonic Theology, Commentary on Plato's Symposium, Three Books on Life, Letters, งานแปลผลงานของเพลโตและโพลตินัส
- แนวคิดหลัก:
- ลัทธิเพลโตยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา (Renaissance Platonism) — การฟื้นฟูแนวคิดเพลโตและโพลตินัสในยุคเรอเนซองส์
- ความรักแบบเพลโต (Platonic Love) — ความรักเป็นแรงยกวิญญาณสู่ความงามและพระเจ้า
- เทววิทยาบรรพกาล (Prisca Theologia/Ancient Theology) — ความเชื่อว่ามีสายปัญญาโบราณร่วมกัน
- วิญญาณในฐานะตัวกลาง (Soul as Middle) — วิญญาณมนุษย์เป็นตัวกลางระหว่างโลกสูงและโลกต่ำ
- ความงามและจิตวิญญาณ (Beauty and Spirit) — ความงาม ศิลปะ ดนตรี และดวงดาวเกี่ยวข้องกับชีวิตภายใน
- มนุษยนิยมเชิงจิตวิญญาณ (Spiritual Humanism) — มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีศักยภาพจะไต่ขึ้นสู่สิ่งที่สูงกว่า
- หมายเหตุวิชาการ: ฟีชีโนเป็นนักปรัชญายุคเรอเนซองส์คนสำคัญ ผู้ผสมผสานแนวคิดของเพลโต โพลตินัส ลัทธิเพลโต ความคิดคริสต์ศาสนา และวัฒนธรรมมนุษยนิยมเข้าด้วยกัน งานแปลภาษาละตินของเขาทำให้ผลงานของเพลโต โพลตินัส และนักคิดสายเพลโตกลายเป็นฐานสำคัญของยุโรปตะวันตกต่อเนื่องมาหลายศตวรรษ (Stanford Encyclopedia of Philosophy)
นักคิดเสริมที่ควรบรรจุ#
อีแอมบลิคุส (Iamblichus)#
- นักคิดที่ทำให้ลัทธิเพลโตใหม่หันเข้าหาเทวปฏิบัติ (theurgy) พิธีกรรม และสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์อย่างชัดเจน
- แนวคิดหลัก: เทวปฏิบัติ (theurgy) พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ การชำระวิญญาณ การกระทำเชิงสัญลักษณ์ ลำดับชั้นของเทพ
นูเมเนียสแห่งอาปาเมอา (Numenius of Apamea)#
- นักคิดสายเพลโตยุคกลาง (Middle Platonist) คนสำคัญก่อนยุคโพลตินัส มีอิทธิพลต่อการผสมผสานแนวคิดเพลโตกับศาสนาและเทววิทยา
- แนวคิดหลัก: การผสานแนวคิดเพลโตกับพีทาโกรัสและอภิปรัชญาเชิงเทววิทยา
ดามัสคิอุส (Damascius)#
- นักคิดปลายทางสำคัญของสายลัทธิเพลโตใหม่แห่งเอเธนส์ ผลักคำถามเรื่องเอกภาพสูงสุด (The One) ไปจนถึงขอบเขตของภาษา
- แนวคิดหลัก: สิ่งที่พรรณนาไม่ได้ (ineffable) ขอบเขตของอภิปรัชญา ข้อขัดแย้งเชิงตรรกะ (aporia) หลักปฐมเหตุที่ไม่อาจรู้ได้
อภิธานศัพท์#
| คำ | ความหมายแกน |
|---|
| แบบรูป/มโนภาพ (Form/Idea) | แบบรูปสูงสุดที่สิ่งเฉพาะหน้ามีส่วนร่วมด้วย |
| ความดีสูงสุด (The Good) | หลักความดีสูงสุดที่ทำให้ความจริงและความรู้เป็นไปได้ |
| เอกภาพสูงสุด (The One) | หลักเอกภาพที่อยู่เหนือภาวะมีอยู่ |
| ปัญญา/สติปัญญา (Nous) | ระดับปัญญาสูง |
| วิญญาณ (Psyche/Soul) | หลักชีวิตของมนุษย์ |
| การไหลออก (Emanation) | การไหลออกของความจริงจากหลักสูงสุดเป็นลำดับชั้น |
| การหวนคืน (Return/Reversion) | การหวนกลับสู่แหล่งกำเนิด |
| การเพ่งพินิจ (Contemplation) | กิจกรรมพินิจไตร่ตรองระดับสูงของวิญญาณ |
| การไต่ขึ้น (Ascent) | การไต่ระดับของวิญญาณสู่สิ่งที่สูงกว่า |
| ความงาม (Beauty) | ความงามในฐานะทางไต่ขึ้นของวิญญาณ |
| ปรารถนา (Eros) | แรงปรารถนาที่ยกวิญญาณขึ้นสู่สิ่งสูงกว่า |
| เอกภาพย่อยศักดิ์สิทธิ์ (Henads) | หน่วยเอกภาพศักดิ์สิทธิ์หลายระดับ |
| เทวปฏิบัติ (Theurgy) | การกระทำหรือพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ |
| การมีส่วนร่วม (Participation) | การที่สิ่งเฉพาะหน้ามีส่วนร่วมกับแบบรูป |
| สิ่งที่พรรณนาไม่ได้ (Ineffable) | สิ่งที่ภาษาไม่อาจบรรยายได้อย่างสมบูรณ์ |
ข้อควรระวังทางวิชาการ#
ลัทธิเพลโตใหม่เป็นระบบอภิปรัชญา (metaphysics) ที่มีความซับซ้อนและเคร่งครัดทางปรัชญา ไม่ควรลดทอนให้กลายเป็นวาทกรรมพลังงานบวกหรือแนวคิดแบบ "กฎแห่งแรงดึงดูด" (law of attraction) แนวคิดของแต่ละนักคิดควรได้รับการอ้างอิงตามบริบทและยุคสมัยของตนเอง ไม่ควรผสมปนกันจนสูญเสียความแม่นยำทางประวัติศาสตร์ปรัชญา
หมายเหตุ: เนื้อหานี้ปรับปรุงจากบันทึกต้นทางเพื่อคงสาระทางวิชาการ ตัดส่วนที่เป็นบันทึกร่างและข้อความที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาวิชาการออก