ทฤษฎีอารมณ์ความรู้สึก (Emotion Theory / Affect Theory)#
จิตวิทยา - ประสาทวิทยาของอารมณ์ / ทฤษฎีอารมณ์เชิงวัฒนธรรม / จิตบำบัดเน้นอารมณ์ (Emotion-Focused Therapy)
คำอธิบายให้เห็นภาพ#
ทฤษฎีอารมณ์ความรู้สึกไม่ได้ศึกษาแค่ "อารมณ์คืออะไร" ในความหมายทั่วไป แต่เป็นสายวิชาการที่ตั้งคำถามลึกกว่านั้นหลายชั้น อารมณ์เกิดจากร่างกายก่อนหรือความคิดก่อน อารมณ์เป็นสิ่งสากลที่มนุษย์ทุกวัฒนธรรมมีร่วมกัน หรือเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นทางวัฒนธรรมและภาษา และท้ายที่สุด อารมณ์ใช้เป็นเครื่องมือเยียวยาทางจิตใจได้อย่างไร
ภายในสายนี้มีคำสามคำที่ควรแยกความหมายให้ชัดตั้งแต่ต้น
- Emotion Theory หมายถึงทฤษฎีอารมณ์ในกรอบจิตวิทยาและประสาทวิทยา ที่มองอารมณ์เป็นปรากฏการณ์ทางร่างกาย-จิตใจที่พอวัดและอธิบายเป็นระบบได้
- Affect Theory หมายถึงการศึกษาความเข้มข้นของความรู้สึก บรรยากาศทางสังคม วัฒนธรรม และการเมืองของความรู้สึก ซึ่งขยับออกจากห้องทดลองไปสู่มนุษยศาสตร์และทฤษฎีวิพากษ์
- Emotion-Focused Therapy หมายถึงแนวจิตบำบัดที่ใช้อารมณ์เป็นประตูเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่มองอารมณ์เป็นเพียงสิ่งที่ต้องควบคุมหรือกำจัดทิ้ง
ความแตกต่างเชิงแนวคิดที่ควรจำไว้คือ affect กับ emotion ไม่ใช่คำเดียวกันเสมอไป affect มักหมายถึงความเข้มข้นหรือสภาวะดิบที่เกิดขึ้นก่อนถูกตั้งชื่อเป็นภาษา ในขณะที่ emotion คืออารมณ์ที่ถูกจัดรูป ตั้งชื่อ และมีบริบทกำกับแล้ว
ความเป็นมาและกรอบความคิด#
จุดตั้งต้นของสายนี้อยู่ที่คำถามว่าอารมณ์เริ่มจากไหน วิลเลียม เจมส์เสนอแนวคิดที่พลิกสามัญสำนึก นั่นคือร่างกายตอบสนองก่อน แล้วจิตจึงรับรู้สภาวะนั้นเป็นอารมณ์ทีหลัง ไม่ใช่กลัวก่อนแล้วร่างกายสั่นตามหลัง แนวคิดนี้ถูกพัฒนาร่วมกับคาร์ล แลงจ์ จนกลายเป็นทฤษฎีร่วมที่รู้จักกันในชื่อ James-Lange theory ซึ่งวางอารมณ์ไว้ในมิติของร่างกายอย่างลึกซึ้ง
ต่อมาวอลเตอร์ แคนนอนและฟิลิป บาร์ดได้โต้แย้งมุมมองนี้ โดยเสนอว่าสมองและร่างกายตอบสนองพร้อมกัน ไม่ใช่ร่างกายนำแล้วจิตตามอย่างเดียว งานของทั้งสองวางฐานสำคัญให้กับความเข้าใจเรื่องระบบประสาทอัตโนมัติและปฏิกิริยาการเอาตัวรอด ก่อนที่สแตนลีย์ แชคเตอร์และเจอโรม ซิงเกอร์จะเสนอมุมมองใหม่ว่าอารมณ์เกิดจากสองส่วนประกอบกันคือความตื่นตัวทางร่างกายและการตีความทางความคิด
จากนั้นสายความคิดขยับไปสู่ทฤษฎีการประเมินความหมาย (appraisal theory) ซึ่งมักดาอาร์โนลด์เป็นผู้บุกเบิก โดยมองว่าอารมณ์เกิดจากการประเมินความหมายของเหตุการณ์ต่อชีวิตของแต่ละคน ไม่ใช่ปฏิกิริยาสำเร็จรูปที่เกิดขึ้นเดียวกันในทุกคน แนวคิดนี้ถูกสานต่อโดยริชาร์ด ลาซารัสในเรื่องความเครียดและการรับมือ และโดยนิโค ฟริดาในเรื่องแนวโน้มที่จะกระทำ (action tendency) ก่อนที่เคลาส์ เชียเรอร์จะรวมองค์ประกอบต่าง ๆ เข้าด้วยกันเป็นแบบจำลองกระบวนการหลายองค์ประกอบ
อีกด้านหนึ่งของสายนี้คือการศึกษาว่าอารมณ์พื้นฐานเป็นสากลหรือไม่ พอล เอ็กแมนและแคร์รอลล์ อิซาร์ดเสนอว่ามีอารมณ์พื้นฐานบางชุดที่แสดงออกทางสีหน้าคล้ายกันข้ามวัฒนธรรม แนวคิดนี้มีอิทธิพลมากแต่ก็ถูกท้าทายในเวลาต่อมาโดยลิซ่า เฟลด์แมน บาร์เร็ตต์ ผู้เสนอทฤษฎีอารมณ์แบบถูกสร้างขึ้น (constructed emotion) ว่าสมองสร้างอารมณ์จากการทำนายและบริบททางวัฒนธรรม ไม่ใช่มีแพ็กเกจอารมณ์สากลตายตัว
อีกแขนงหนึ่งที่แยกออกไปจากห้องทดลองคือ affect theory ซึ่งมีซิลแวน ทอมกินส์เป็นรากสำคัญ เขามองว่า affect เป็นระบบแรงขับพื้นฐานที่ทำให้สิ่งต่าง ๆ มีความสำคัญต่อมนุษย์ แนวคิดนี้ถูกสืบทอดผ่านโดนัลด์ นาธานสันในเรื่องความอับอาย ผ่านอีฟ โคซอฟสกี เซดจ์วิกที่นำ affect theory เข้าสู่มนุษยศาสตร์และทฤษฎีวรรณกรรม และขยายไปสู่มิติปรัชญาและการเมืองผ่านไบรอัน แมสซูมี ซาราห์ อาเหม็ด ลอเรน เบอร์แลนท์ และเซียนน์ อึงไง ที่มองว่าความรู้สึกไหลเวียนอยู่ในภาษา ร่างกาย สถาบัน และโครงสร้างสังคม ไม่ได้ติดอยู่แค่ในตัวบุคคล
ในด้านคลินิก อารมณ์ถูกนำมาใช้เป็นแกนของการบำบัดโดยตรงผ่าน Emotion-Focused Therapy ซึ่งมีเลสลี กรีนเบิร์กเป็นผู้พัฒนาหลัก โดยมีรากฐานมาจากงานของลอรา ไรซ์และยูจีน เจนด์ลินในสายจิตบำบัดแบบเน้นประสบการณ์ตรง ควบคู่ไปกับซู จอห์นสันที่พัฒนา Emotionally Focused Therapy สำหรับคู่รักบนฐานทฤษฎีความผูกพัน (attachment)
นักคิดสำคัญ#
วิลเลียม เจมส์ (William James)#
- สาย: ทฤษฎีอารมณ์, จิตวิทยาอารมณ์, ปฏิบัตินิยม (Pragmatism)
- ผลงานสำคัญ: The Principles of Psychology, บทความ "What Is an Emotion?", The Varieties of Religious Experience
- แกนความคิด: เสนอว่าอารมณ์ไม่ได้เริ่มจากความรู้สึกกลัวแล้วร่างกายตอบสนองตามหลัง แต่ร่างกายตอบสนองก่อน แล้วจิตจึงรับรู้สภาวะนั้นว่าเป็นความกลัว เช่น การร้องไห้ไม่ใช่ผลของความเศร้าอย่างเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ความเศร้าเอง
คาร์ล แลงจ์ (Carl Lange)#
- สาย: ทฤษฎีอารมณ์เชิงสรีรวิทยา
- ผลงานสำคัญ: งานร่วมฐานทฤษฎีที่รู้จักในชื่อ James-Lange theory
- แกนความคิด: มองว่าอารมณ์สัมพันธ์กับการรับรู้การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายอย่างลึกซึ้ง ทำให้อารมณ์ไม่ใช่แค่ความคิดในหัว แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดทั้งในร่างกายและจิตใจพร้อมกัน
วอลเตอร์ แคนนอน (Walter Cannon)#
- สาย: ทฤษฎีอารมณ์, สรีรวิทยา, การตอบสนองต่อความเครียด
- ผลงานสำคัญ: Bodily Changes in Pain, Hunger, Fear and Rage, งานเรื่องปฏิกิริยาสู้หรือหนี (fight-or-flight response), Cannon-Bard theory
- แกนความคิด: วิจารณ์ James-Lange theory และเสนอว่าสมองกับร่างกายตอบสนองพร้อมกัน ไม่ใช่ร่างกายนำ วางฐานสำคัญเรื่องระบบประสาทอัตโนมัติ ความกลัว ความโกรธ และการเอาตัวรอด
สแตนลีย์ แชคเตอร์ (Stanley Schachter) และเจอโรม ซิงเกอร์ (Jerome Singer)#
- สาย: ทฤษฎีอารมณ์เชิงความคิด, จิตวิทยาสังคมของอารมณ์
- ผลงานสำคัญ: Schachter-Singer Two-Factor Theory of Emotion
- แกนความคิด: เสนอว่าอารมณ์เกิดจากสององค์ประกอบคือความตื่นตัวทางร่างกายและการตีความทางความคิด หัวใจเต้นแรงแบบเดียวกันอาจถูกอ่านเป็นความกลัว ความตื่นเต้น หรือความรัก ขึ้นอยู่กับบริบทและคำอธิบายที่จิตสร้างขึ้น อารมณ์จึงยังไม่สมบูรณ์จนกว่าจะถูกตั้งชื่อผ่านการตีความ
มักดา อาร์โนลด์ (Magda Arnold)#
- สาย: ทฤษฎีการประเมินความหมาย (Appraisal Theory), จิตวิทยาอารมณ์
- ผลงานสำคัญ: Emotion and Personality
- แกนความคิด: ผู้บุกเบิกสำคัญของ appraisal theory มองว่าอารมณ์เกิดจากการประเมินความหมายของเหตุการณ์ต่อชีวิต ไม่ใช่สิ่งเร้ามากระทบแล้วเกิดอารมณ์ทันที เหตุการณ์เดียวกันอาจทำให้คนหนึ่งกลัวแต่อีกคนรู้สึกท้าทาย เพราะการประเมินความหมายไม่เหมือนกัน
ริชาร์ด ลาซารัส (Richard Lazarus)#
- สาย: ทฤษฎีการประเมินความหมายเชิงความคิด, ความเครียดและการรับมือ
- ผลงานสำคัญ: Emotion and Adaptation, Stress, Appraisal, and Coping, Psychological Stress and the Coping Process
- แกนความคิด: อารมณ์สัมพันธ์กับการประเมินสถานการณ์และความสามารถในการรับมือ อารมณ์จึงไม่ใช่ปฏิกิริยาเฉย ๆ แต่เป็นการอ่านว่าสิ่งนี้คุกคามตนหรือไม่ รับมือได้หรือไม่ และกระทบคุณค่าหรือเป้าหมายของตนอย่างไร
นิโค ฟริดา (Nico Frijda)#
- สาย: ทฤษฎีอารมณ์, ทฤษฎีแนวโน้มการกระทำ (Action Tendency Theory)
- ผลงานสำคัญ: The Emotions, The Laws of Emotion
- แกนความคิด: อารมณ์สัมพันธ์กับแนวโน้มที่จะกระทำบางอย่าง เช่น กลัวแล้วอยากหนี โกรธแล้วอยากปะทะ เศร้าแล้วถอนตัว อารมณ์จึงไม่ใช่ความรู้สึกนิ่งเฉย แต่เป็นแรงจัดท่าทีของสิ่งมีชีวิตต่อโลก
เคลาส์ เชียเรอร์ (Klaus Scherer)#
- สาย: แบบจำลองกระบวนการหลายองค์ประกอบ (Component Process Model), ทฤษฎีการประเมินความหมาย, วิทยาศาสตร์เชิงอารมณ์
- ผลงานสำคัญ: Component Process Model of Emotion, งานด้านอารมณ์ในน้ำเสียงและการประเมินความหมาย
- แกนความคิด: มองว่าอารมณ์เป็นกระบวนการหลายองค์ประกอบที่เคลื่อนไหวประสานกัน ได้แก่ การประเมินความหมาย การตอบสนองทางร่างกาย การแสดงออก แนวโน้มการกระทำ และความรู้สึกเชิงอัตวิสัย เหมาะสำหรับอธิบายอารมณ์แบบเป็นระบบ
พอล เอ็กแมน (Paul Ekman)#
- สาย: ทฤษฎีอารมณ์พื้นฐาน (Basic Emotion Theory), การวิจัยการแสดงออกทางสีหน้า
- ผลงานสำคัญ: Emotion in the Human Face, Emotions Revealed, งานวิจัยเรื่องการแสดงออกทางสีหน้าและอารมณ์พื้นฐาน
- แกนความคิด: เสนอว่าอารมณ์พื้นฐานบางชุด เช่น ความสุข ความเศร้า ความโกรธ ความกลัว ความรังเกียจ และความประหลาดใจ มีรูปแบบการแสดงออกทางใบหน้าที่พบได้ข้ามวัฒนธรรม
- ข้อควรระวัง: แนวคิดนี้มีอิทธิพลมากแต่ปัจจุบันถูกโต้แย้งจากสายทฤษฎีอารมณ์แบบถูกสร้างขึ้น โดยเฉพาะลิซ่า เฟลด์แมน บาร์เร็ตต์ ที่ชี้ว่าอารมณ์ไม่ได้มีแพ็กเกจสากลตายตัวแบบหนึ่งอารมณ์ต่อหนึ่งใบหน้าเสมอไป
แคร์รอลล์ อิซาร์ด (Carroll Izard)#
- สาย: ทฤษฎีอารมณ์เชิงอนุพันธ์ (Differential Emotions Theory), ทฤษฎีอารมณ์เชิงพัฒนาการ
- ผลงานสำคัญ: The Face of Emotion, Human Emotions
- แกนความคิด: มองว่าอารมณ์พื้นฐานมีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการ บุคลิกภาพ และการปรับตัวของมนุษย์ อารมณ์ไม่ได้เป็นเพียงปฏิกิริยา แต่เป็นระบบที่ช่วยจัดประสบการณ์ การเรียนรู้ และความสัมพันธ์ตั้งแต่วัยเด็ก
ซิลแวน ทอมกินส์ (Silvan Tomkins)#
- สาย: ทฤษฎีอารมณ์ความเข้มข้น (Affect Theory), ทฤษฎีบุคลิกภาพ, ทฤษฎีบท (Script Theory)
- ผลงานสำคัญ: Affect Imagery Consciousness, งานด้าน Script Theory
- แกนความคิด: รากสำคัญของ affect theory มองว่า affect เป็นระบบแรงขับพื้นฐานที่ทำให้สิ่งต่าง ๆ มีความสำคัญต่อมนุษย์ ไม่ใช่แค่สีสันประกอบชีวิต เสนอชุด affect พื้นฐาน เช่น ความสนใจตื่นเต้น ความเพลิดเพลินยินดี ความประหลาดใจตกใจ ความทุกข์ทรมาน ความอับอายต่ำต้อย ความกลัวสยองขวัญ ความโกรธเกรี้ยว และความรังเกียจ งานของเขามีอิทธิพลต่อโดนัลด์ นาธานสันและอีฟ โคซอฟสกี เซดจ์วิกในเวลาต่อมา
โดนัลด์ นาธานสัน (Donald Nathanson)#
- สาย: ทฤษฎีอารมณ์ความเข้มข้น, ทฤษฎีความอับอาย, ทฤษฎีบท
- ผลงานสำคัญ: Shame and Pride, งาน Compass of Shame
- แกนความคิด: ต่อยอดแนวคิดของทอมกินส์โดยเฉพาะเรื่องความอับอาย เสนอ Compass of Shame เพื่ออธิบายท่าทีที่มนุษย์ใช้หนีหรือจัดการความอับอาย เช่น การถอยหนี การโจมตีตนเอง การหลีกเลี่ยง และการโจมตีผู้อื่น มีประโยชน์มากกับการอ่านกลไกป้องกันตัว ความหลงตัวเอง และบาดแผลทางตัวตน
อีฟ โคซอฟสกี เซดจ์วิก (Eve Kosofsky Sedgwick)#
- สาย: ทฤษฎีอารมณ์ความเข้มข้น, ทฤษฎีเควียร์, ทฤษฎีวรรณกรรม
- ผลงานสำคัญ: Touching Feeling, Between Men, Epistemology of the Closet
- แกนความคิด: มีบทบาทสำคัญในการนำ affect theory เข้าสู่มนุษยศาสตร์ ทฤษฎีเควียร์ และทฤษฎีวรรณกรรม สนใจความรู้สึกละเอียดอ่อน เช่น ความอับอาย พื้นผิวสัมผัส ความเปราะบาง และการอ่านที่ไม่ลดทอนมนุษย์ให้เหลือแค่โครงสร้างอำนาจ
ไบรอัน แมสซูมี (Brian Massumi)#
- สาย: ทฤษฎีอารมณ์ความเข้มข้น, ปรัชญา, ทฤษฎีสายเดอเลิซ
- ผลงานสำคัญ: Parables for the Virtual, Politics of Affect, งานแปลและต่อยอดแนวคิดของเดอเลิซและกัตตารี
- แกนความคิด: มอง affect เป็นความเข้มข้นก่อนภาษา ก่อนการตั้งชื่อชัดเจน เป็นแรงสั่นสะเทือนที่ไหลผ่านร่างกายและสถานการณ์ก่อนจะกลายเป็นอารมณ์ที่ถูกตีความ เหมาะกับการคิดเรื่องบรรยากาศ สื่อ การเมือง และประสบการณ์ที่ยังไม่กลายเป็นคำ
ซาราห์ อาเหม็ด (Sara Ahmed)#
- สาย: ทฤษฎีอารมณ์ความเข้มข้น, วัฒนธรรมศึกษา, ทฤษฎีสตรีนิยม
- ผลงานสำคัญ: The Cultural Politics of Emotion, The Promise of Happiness, Living a Feminist Life
- แกนความคิด: อธิบายว่าอารมณ์ไม่ได้อยู่แค่ในตัวบุคคล แต่ไหลเวียนระหว่างร่างกาย ภาษา วัตถุ สถาบัน และสังคม ความกลัว ความเกลียด ความสุข หรือความเจ็บปวดจึงไม่ใช่เรื่องส่วนตัวเท่านั้น แต่กลายเป็นพลังทางวัฒนธรรมและการเมือง
ลอเรน เบอร์แลนท์ (Lauren Berlant)#
- สาย: ทฤษฎีอารมณ์ความเข้มข้น, ทฤษฎีวัฒนธรรม, อารมณ์ทางการเมือง
- ผลงานสำคัญ: Cruel Optimism, The Female Complaint, The Hundreds
- แกนความคิด: อ่านชีวิตสมัยใหม่ผ่านความปรารถนา ความหวัง และภาวะที่มนุษย์ผูกพันกับสิ่งที่ทำร้ายตัวเอง แนวคิด cruel optimism หมายถึงการยึดติดกับสิ่งที่ดูเหมือนจะทำให้ชีวิตดีขึ้น แต่แท้จริงกลับขัดขวางการมีชีวิตที่ดี
เซียนน์ อึงไง (Sianne Ngai)#
- สาย: ทฤษฎีอารมณ์ความเข้มข้น, สุนทรียศาสตร์, ทฤษฎีวรรณกรรม
- ผลงานสำคัญ: Ugly Feelings, Our Aesthetic Categories, Theory of the Gimmick
- แกนความคิด: อ่านความรู้สึกเล็ก ๆ ที่มักไม่ถูกยกเป็นอารมณ์ใหญ่ เช่น ความหงุดหงิด ความอิจฉา ความวิตกกังวล และความหวาดระแวง ชี้ให้เห็นว่าอารมณ์ระดับต่ำ เหนื่อยหน่าย และติดขัด สะท้อนระบบสังคมและเศรษฐกิจได้ลึกซึ้ง
ลิซ่า เฟลด์แมน บาร์เร็ตต์ (Lisa Feldman Barrett)#
- สาย: ทฤษฎีอารมณ์แบบถูกสร้างขึ้น (Constructed Emotion), วิทยาศาสตร์เชิงอารมณ์, ประสาทวิทยาของอารมณ์
- ผลงานสำคัญ: How Emotions Are Made, Seven and a Half Lessons About the Brain, งานด้าน Theory of Constructed Emotion
- แกนความคิด: เสนอว่าอารมณ์ไม่ได้เป็นแพ็กเกจตายตัวที่ฝังอยู่ในสมองแบบสากลหนึ่งต่อหนึ่ง แต่สมองสร้างอารมณ์ขึ้นจากการทำนาย งบประมาณของร่างกาย มโนทัศน์ ภาษา และบริบททางวัฒนธรรม เป็นแนวโต้แย้งสำคัญต่อทฤษฎีอารมณ์พื้นฐานแบบแข็ง
เจมส์ เจ. กรอส (James J. Gross)#
- สาย: การกำกับอารมณ์ (Emotion Regulation), วิทยาศาสตร์เชิงอารมณ์, จิตวิทยาคลินิก
- ผลงานสำคัญ: Handbook of Emotion Regulation, งาน Process Model of Emotion Regulation
- แกนความคิด: เสนอแบบจำลองกระบวนการที่อธิบายว่ามนุษย์ควบคุมหรือปรับอารมณ์ได้หลายช่วง ตั้งแต่การเลือกสถานการณ์ การเปลี่ยนสถานการณ์ การจัดการความสนใจ การตีความใหม่ ไปจนถึงการกดหรือปรับการตอบสนองทางร่างกาย ใช้ได้ทั้งในจิตบำบัด การศึกษา และการออกแบบชีวิตประจำวัน
เลสลี กรีนเบิร์ก (Leslie Greenberg)#
- สาย: จิตบำบัดเน้นอารมณ์ (Emotion-Focused Therapy), จิตบำบัดมนุษยนิยมเชิงประสบการณ์
- ผลงานสำคัญ: Emotion-Focused Therapy, Emotion in Psychotherapy, Working with Emotions in Psychotherapy
- แกนความคิด: แกนหลักของ Emotion-Focused Therapy มองว่าอารมณ์ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกำจัด แต่เป็นข้อมูล เป็นแรงขับ และเป็นประตูสู่การเปลี่ยนแปลง แบ่งอารมณ์ในการบำบัดเป็นอารมณ์ปฐมภูมิแบบปรับตัวได้ อารมณ์ปฐมภูมิแบบไม่ปรับตัว อารมณ์ทุติยภูมิ และอารมณ์เชิงเครื่องมือ เพื่อช่วยให้เข้าถึงแกนอารมณ์ที่แท้จริง
ซู จอห์นสัน (Sue Johnson)#
- สาย: จิตบำบัดคู่รักเน้นความผูกพัน (Emotionally Focused Therapy), ทฤษฎีความผูกพัน
- ผลงานสำคัญ: Hold Me Tight, Love Sense, The Practice of Emotionally Focused Couple Therapy
- แกนความคิด: มองความขัดแย้งของคู่รักไม่ใช่แค่ปัญหาการสื่อสาร แต่เป็นวงจรของความกลัวการสูญเสีย ความไม่ปลอดภัย และความต้องการผูกพัน เน้นการซ่อมสายสัมพันธ์ทางอารมณ์และเปลี่ยนวงจรปฏิสัมพันธ์เชิงลบ
- ข้อควรแยก: Emotion-Focused Therapy ของกรีนเบิร์กกับ Emotionally Focused Therapy ของซู จอห์นสัน ใช้ชื่อย่อ EFT เหมือนกันแต่จุดเน้นต่างกัน ของกรีนเบิร์กเน้นกระบวนการอารมณ์และการเปลี่ยนแปลงระดับบุคคลในแนวมนุษยนิยมเชิงประสบการณ์ ส่วนของจอห์นสันเน้นสายสัมพันธ์แบบผูกพันและวงจรปฏิสัมพันธ์ในบำบัดคู่รัก
กลุ่มรองและผู้ร่วมพัฒนาแนวคิด#
- โรเบิร์ต เอลเลียต (Robert Elliott) ช่วยวางระบบการฝึกและการวิจัยของ Emotion-Focused Therapy ให้ชัดเจนขึ้น เน้นการทำงานกับประสบการณ์ตรงและการติดตามกระบวนการอารมณ์ขณะเกิดขึ้นจริง
- ลอรา ไรซ์ (Laura Rice) เป็นรากสำคัญก่อนที่ EFT จะเป็นรูปเป็นร่าง พัฒนาแนวคิดการคลี่ประสบการณ์ (evocative unfolding) เพื่อช่วยให้ผู้รับการบำบัดเข้าถึงความรู้สึกที่ถูกกดหรือเลือนหาย
- จีนน์ วัตสัน (Jeanne Watson) เชื่อมโยง EFT กับการรักษาภาวะซึมเศร้าและความสัมพันธ์เชิงบำบัด เน้นการเห็นอกเห็นใจเป็นฐานของการเข้าถึงอารมณ์
- ไดอานา โฟชา (Diana Fosha) พัฒนาแนวจิตบำบัดพลวัตเชิงประสบการณ์แบบเร่งรัด (AEDP) ที่เน้นพลังเปลี่ยนรูปของอารมณ์ผ่านความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย
- ยูจีน เจนด์ลิน (Eugene Gendlin) เสนอแนวคิด felt sense หรือความรู้สึกคลุมเครือในร่างกายที่ยังไม่มีภาษา ชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงทางจิตเกิดจากการอยู่กับความรู้สึกกึ่งร่างกายกึ่งความหมายจนมันเปิดคำอธิบายของตัวเอง
- อันโตนิโอ ปาสควาล-เลโอเน (Antonio Pascual-Leone) ศึกษาลำดับการเคลื่อนของอารมณ์ในกระบวนการบำบัด เช่น จากความทุกข์ไปสู่ความโกรธ ความเศร้า ความต้องการ หรือความเห็นใจตนเอง
- รอนดา โกลด์แมน (Rhonda Goldman) ช่วยวางโครงสร้างการประเมินกรณีศึกษาของ EFT และการประยุกต์ใช้กับคู่รัก
- ฟิลิป บาร์ด (Philip Bard) ร่วมวางฐาน Cannon-Bard theory ชี้ว่าสมองส่วนลึกโดยเฉพาะไฮโปทาลามัสมีบทบาทต่อการแสดงออกของอารมณ์
- โรเบิร์ต เลเวนสัน (Robert Levenson) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอารมณ์กับร่างกายเชิงทดลอง ผ่านระบบประสาทอัตโนมัติ สีหน้า และความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
อภิธานศัพท์#
- Affect ความเข้มข้นหรือสภาวะดิบของความรู้สึกที่เกิดก่อนถูกตั้งชื่อเป็นภาษา
- Emotion อารมณ์ที่ถูกจัดรูป ตั้งชื่อ และมีบริบทประกอบแล้ว
- Appraisal การประเมินความหมายของเหตุการณ์ต่อชีวิตของบุคคล ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าจะเกิดอารมณ์แบบใด
- Action tendency แนวโน้มหรือแรงจัดท่าทีที่ผลักดันให้สิ่งมีชีวิตกระทำการบางอย่างเมื่อเกิดอารมณ์
- Basic emotion theory แนวคิดที่เชื่อว่ามีอารมณ์พื้นฐานชุดหนึ่งที่เป็นสากลข้ามวัฒนธรรม
- Constructed emotion แนวคิดที่มองว่าอารมณ์ถูกสมองสร้างขึ้นจากการทำนายและบริบท ไม่ใช่แพ็กเกจสากลตายตัว
- Emotion regulation กระบวนการที่บุคคลปรับ ควบคุม หรือเปลี่ยนแปลงอารมณ์ของตนเอง
- Compass of Shame กรอบอธิบายท่าทีสี่แบบที่มนุษย์ใช้จัดการความอับอาย ได้แก่ การถอยหนี การโจมตีตนเอง การหลีกเลี่ยง และการโจมตีผู้อื่น
- Felt sense ความรู้สึกคลุมเครือในร่างกายที่ยังไม่ถูกแปลงเป็นภาษาชัดเจน
- Cruel optimism ภาวะยึดติดกับสิ่งที่ดูเหมือนจะทำให้ชีวิตดีขึ้นแต่กลับขัดขวางการมีชีวิตที่ดี
- Primary adaptive emotion อารมณ์ปฐมภูมิที่ช่วยให้บุคคลปรับตัวและตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม ตามกรอบของ Emotion-Focused Therapy
ข้อควรระวังทางวิชาการ#
สายทฤษฎีอารมณ์พื้นฐานของเอ็กแมนและอิซาร์ดมีอิทธิพลสูงในวงกว้าง แต่ปัจจุบันถูกท้าทายอย่างจริงจังจากสายทฤษฎีอารมณ์แบบถูกสร้างขึ้น โดยเฉพาะงานของลิซ่า เฟลด์แมน บาร์เร็ตต์ ผู้ชี้ว่าไม่มีแพ็กเกจอารมณ์สากลที่ตายตัวแบบหนึ่งอารมณ์ต่อหนึ่งการแสดงออกทางสีหน้าเสมอไป การนำแนวคิดใดแนวคิดหนึ่งไปใช้อ้างอิงจึงควรระบุให้ชัดว่าอยู่ในกรอบทฤษฎีใด และตระหนักว่ายังเป็นประเด็นถกเถียงในวงวิชาการ
อีกจุดที่ควรระวังคือ Emotion-Focused Therapy ของเลสลี กรีนเบิร์กกับ Emotionally Focused Therapy ของซู จอห์นสัน ใช้ชื่อย่อเดียวกันคือ EFT แต่เป็นแนวบำบัดที่มีจุดเน้นต่างกัน การอ้างอิงจึงควรระบุชื่อเต็มและบริบทให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน
นอกจากนี้ คำว่า affect และ emotion ในสายทฤษฎีนี้ไม่ได้ใช้แทนกันได้เสมอไป โดยเฉพาะในงานของทอมกินส์และนักคิดสาย affect theory เชิงวัฒนธรรม ซึ่งแยกความเข้มข้นก่อนภาษา (affect) ออกจากอารมณ์ที่ถูกตั้งชื่อแล้ว (emotion) อย่างมีนัยสำคัญ การใช้สองคำนี้ปะปนกันอาจทำให้ความหมายทางทฤษฎีคลาดเคลื่อน
หมายเหตุการขัดเกลา: ปรับจากบันทึกอ้างอิงดิบ คงเนื้อหาสาระของนักคิดและแนวคิดตามต้นฉบับ ตัดส่วนที่เป็นโน้ตวางแผนการใช้งานเว็บและคำอ้างอิงสถาบันประกอบที่ไม่ใช่เนื้อหาวิชาการหลักออก เพื่อความกระชับและความเป็นวิชาการของหน้าเนื้อหา