แนวคิดหลังมนุษยนิยม (Posthumanism)#
ปรัชญา · แนวคิดข้ามมนุษยนิยม (Transhumanism) / ปรัชญาว่าด้วยโลกที่มากกว่ามนุษย์ (More-than-Human Philosophy)
คำอธิบายให้เห็นภาพ#
แนวคิดหลังมนุษยนิยม (Posthumanism) แนวคิดข้ามมนุษยนิยม (Transhumanism) และปรัชญาว่าด้วยโลกที่มากกว่ามนุษย์ (More-than-Human Philosophy) เป็นกลุ่มสายคิดที่ตั้งคำถามกับคำว่า "มนุษย์" ในระดับที่ลึกกว่าการตัดสินว่ามนุษย์ดีหรือเลว โดยตั้งคำถามพื้นฐานว่า มนุษย์คืออะไร มนุษย์เคยแยกขาดจากสัตว์และเทคโนโลยีจริงหรือไม่ ร่างกายจบลงที่ผิวหนังจริงหรือไม่ จิตใจจบลงที่สมองจริงหรือไม่ และตัวตนของมนุษย์ถูกประกอบขึ้นจากเครื่องมือ ภาษา สัตว์ จุลชีพ ข้อมูล ระบบนิเวศ และเครื่องจักรมาตั้งแต่แรกหรือไม่
ทั้งสามสายมีจุดเน้นต่างกัน Posthumanism คือการวิจารณ์ภาพมนุษย์แบบมนุษยนิยม (humanism) ดั้งเดิม โดยเฉพาะภาพมนุษย์ที่วางตนเป็นศูนย์กลางของโลก มีเหตุผลเหนือสิ่งอื่น เป็นเจ้าของธรรมชาติ และมีสถานะพิเศษเหนือสัตว์ เครื่องจักร และสิ่งไม่ใช่มนุษย์ Transhumanism คือสายที่มองว่าเทคโนโลยีสามารถใช้ยกระดับมนุษย์ได้ เช่น เพิ่มอายุขัย เพิ่มสติปัญญา แก้โรค ปรับพันธุกรรม เชื่อมสมองกับเครื่องจักร หรือจินตนาการถึงภาวะหลังมนุษย์ (posthuman) ที่ก้าวข้ามมนุษย์ปัจจุบัน ส่วน More-than-Human Philosophy คือการคิดโลกที่ไม่เอามนุษย์เป็นศูนย์กลาง แต่เห็นว่ามนุษย์อยู่ร่วมกับสัตว์ พืช เชื้อรา จุลชีพ วัตถุ เทคโนโลยี ระบบนิเวศ และเครือข่ายชีวิตอื่น ๆ ที่ร่วมกันสร้างโลก
สายคิดนี้จึงไม่ใช่เพียงปรัชญาแนวไซไฟ ไม่ใช่แค่เรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) การอัปโหลดจิต หรือการต่อแขนกลและยืดอายุ แต่เป็นคำถามว่าภาพมนุษย์แบบเก่ากำลังสั่นคลอนหรือไม่ และหากสั่นคลอน มนุษย์จะสร้างจริยธรรม ตัวตน ความรู้ และจิตวิทยาชุดใหม่จากฐานอะไร ตัวตนของมนุษย์ในมุมมองนี้ไม่เคยเป็นก้อนเดี่ยว แต่เป็นสิ่งประกอบ (assemblage) เป็นเครือข่าย เป็นร่างกายที่มีจุลชีพอาศัยอยู่ เป็นความคิดที่มีภาษากำกับ เป็นความทรงจำที่ฝากไว้กับเครื่องมือ และเป็นชีวิตที่อยู่ร่วมกับสิ่งไม่ใช่มนุษย์มาตั้งแต่ต้น เมื่อมนุษย์ไม่ใช่ศูนย์กลางอีกต่อไป คำถามเรื่องจิตวิญญาณ ตัวตน อัตตา อัตลักษณ์ ร่างกาย จิตสำนึก และการทำให้เป็นปัจเจกจึงต้องถูกคิดใหม่ทั้งหมด
ความเป็นมาและกรอบความคิด#
รากของ transhumanism ในเชิงศัพท์เริ่มจาก Julian Huxley ในกลางศตวรรษที่ 20 ผู้เสนอว่ามนุษย์สามารถก้าวข้ามสภาพเดิมของตนเองผ่านความรู้ วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม และการกำกับวิวัฒนาการของตนเอง จากนั้นสายความคิดนี้แตกออกเป็นหลายทิศทาง ด้านหนึ่งคือ transhumanism ร่วมสมัยที่เน้นการขยายขีดจำกัดทางชีววิทยาและสติปัญญาของมนุษย์ผ่านเทคโนโลยี เช่น แนวคิดของ Max More, Natasha Vita-More, Nick Bostrom และ Ray Kurzweil
อีกด้านหนึ่งคือ critical posthumanism ซึ่งไม่ได้มองเทคโนโลยีเป็นเป้าหมาย แต่ใช้เป็นจุดตั้งคำถามเพื่อรื้อกรอบมนุษยนิยมดั้งเดิม (anthropocentrism) ที่วางมนุษย์เป็นศูนย์กลางของความหมายและคุณค่า สายนี้มีฐานสำคัญจาก Donna Haraway, N. Katherine Hayles, Rosi Braidotti, Cary Wolfe และ Francesca Ferrando ซึ่งเชื่อมโยงกับสตรีนิยม สัตว์ศึกษา และปรัชญาวิทยาศาสตร์
อีกกลุ่มหนึ่งคือปรัชญาเทคโนโลยีและทฤษฎีวัตถุนิยมใหม่ (new materialism) ที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ เทคโนโลยี และวัตถุอย่างละเอียด เช่น งานของ Bernard Stiegler, Gilbert Simondon, Andy Clark, Bruno Latour, Karen Barad, Jane Bennett และ Manuel DeLanda สายนี้เสนอว่าเทคโนโลยีและวัตถุไม่ใช่สิ่งเฉื่อยหรือเป็นเพียงเครื่องมือภายนอก แต่มีบทบาทร่วมสร้างมนุษย์ ความรู้ และความจริง
นอกจากนี้ยังมีแนวคิด speculative posthumanism ของ David Roden ที่มองไปไกลกว่าคำถามเรื่องการยกระดับมนุษย์ ไปสู่คำถามว่าเทคโนโลยีอาจสร้างรูปแบบชีวิตหรือภาวะการกระทำ (agency) ที่หลุดจากเงื่อนไขความเป็นมนุษย์ไปเลย และแนวคิดของ Peter Sloterdijk และ Yuk Hui ที่ขยายกรอบไปสู่คำถามเรื่องเทคนิคการฝึกฝนมนุษย์ (anthropotechnics) และความหลากหลายทางเทคโนโลยี (technodiversity) ที่ไม่ยึดตะวันตกเป็นศูนย์กลาง
นักคิดสำคัญ#
จูเลียน ฮักซ์ลีย์ (Julian Huxley)#
- ผลงานสำคัญ: "Transhumanism", New Bottles for New Wine, Evolution: The Modern Synthesis, Religion without Revelation
- แนวคิดหลัก: เป็นผู้ให้น้ำหนักแก่คำว่า transhumanism ในศตวรรษที่ 20 เสนอว่ามนุษย์สามารถก้าวข้ามสภาพเดิมของตนเองผ่านความรู้ วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม และการกำกับวิวัฒนาการของตนเอง มองมนุษย์ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของวิวัฒนาการ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เริ่มรู้ตัวว่าตนมีส่วนร่วมกำหนดวิวัฒนาการต่อไปได้
- หมายเหตุวิชาการ: ถือเป็นฐานคิดยุคแรกของ transhumanism ในฐานะสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์
แม็กซ์ มอร์ (Max More)#
- ผลงานสำคัญ: "Transhumanism: Toward a Futurist Philosophy", The Transhumanist Reader (ร่วมบรรณาธิการกับ Natasha Vita-More), งานด้าน extropy, life extension และปรัชญาข้ามมนุษยนิยม
- แนวคิดหลัก: เสนอ transhumanism ในฐานะปรัชญาอนาคตที่มุ่งขยายขีดจำกัดมนุษย์ผ่านเหตุผล วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเสรีภาพในการปรับปรุงตนเอง พัฒนาแนวคิด extropy ซึ่งตั้งตรงข้ามกับ entropy ในเชิงสัญลักษณ์ หมายถึงการเพิ่มระเบียบ ความซับซ้อน ปัญญา ความสามารถ และการเติบโตของชีวิต
- หมายเหตุวิชาการ: เป็นตัวแทนของ transhumanism แบบมองโลกในแง่ดีทางเทคโนโลยี (technological optimism) ที่เชื่อว่ามนุษย์ควรใช้เทคโนโลยีเอาชนะข้อจำกัดทางชีววิทยา เช่น ความแก่ โรค และความตาย
นาตาชา วีตา-มอร์ (Natasha Vita-More)#
- ผลงานสำคัญ: The Transhumanist Reader (ร่วมบรรณาธิการกับ Max More), Primo Posthuman, งานด้าน transhumanist art, การออกแบบ และร่างกายแห่งอนาคต
- แนวคิดหลัก: เชื่อม transhumanism เข้ากับศิลปะ การออกแบบ ร่างกาย และจินตนาการเกี่ยวกับร่างกายหลังมนุษย์ (posthuman body) มองว่าร่างกายมนุษย์อาจถูกออกแบบ ปรับปรุง แปลง และขยายด้วยเทคโนโลยี ไม่ใช่เพียงเครื่องมือภายนอก
- หมายเหตุวิชาการ: งานของเธอเพิ่มมิติสุนทรียศาสตร์ (aesthetics) และการออกแบบให้กับ transhumanism มากขึ้น
นิค บอสตรอม (Nick Bostrom)#
- ผลงานสำคัญ: "A History of Transhumanist Thought", Superintelligence, Anthropic Bias, Deep Utopia, งานด้าน existential risk และจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์
- แนวคิดหลัก: เสนอว่ามนุษย์กำลังเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนอนาคตของเผ่าพันธุ์ได้อย่างรุนแรง สนใจทั้งความเป็นไปได้ด้านบวกของภาวะหลังมนุษย์ (posthuman condition) และความเสี่ยงต่อการดำรงอยู่ (existential risk) เช่น AI ที่ควบคุมไม่ได้หรือเทคโนโลยีชีวภาพที่อาจทำให้มนุษยชาติสูญพันธุ์
- หมายเหตุวิชาการ: ทำให้ transhumanism ไม่ใช่เพียงความฝันเรื่องการยกระดับมนุษย์ แต่เป็นคำถามเชิงจริยธรรมระยะยาวว่ามนุษย์ควรจัดการพลังของตนเองอย่างไรเมื่อเทคโนโลยีมีศักยภาพเกินกว่าปัญญา (wisdom) ของมนุษย์
เรย์ เคิร์ซไวล์ (Ray Kurzweil)#
- ผลงานสำคัญ: The Singularity Is Near, The Age of Spiritual Machines, How to Create a Mind, The Singularity Is Nearer
- แนวคิดหลัก: เป็นตัวแทนสำคัญของแนวคิดภาวะเอกฐานทางเทคโนโลยี (technological singularity) เสนอว่าเทคโนโลยีโดยเฉพาะ AI การคำนวณ เทคโนโลยีชีวภาพ และนาโนเทคโนโลยีจะพัฒนาแบบเร่งตัวจนมนุษย์กับเครื่องจักรผสานกันมากขึ้น มองว่าอนาคตอาจมีการเพิ่มศักยภาพสมอง การยืดอายุ การจำลองจิต หรือการขยายสติปัญญาด้วยระบบดิจิทัล
- หมายเหตุวิชาการ: แนวคิด singularity มักถูกวิเคราะห์ในเชิงวิพากษ์ว่าทำหน้าที่คล้ายตำนานแห่งการไถ่บาปยุคใหม่ที่ผูกความฝันเรื่องการพ้นความตายและข้อจำกัดของร่างกายเข้ากับเทคโนโลยี
ดอนนา ฮาราเวย์ (Donna Haraway)#
- ผลงานสำคัญ: "A Cyborg Manifesto", The Companion Species Manifesto, When Species Meet, Staying with the Trouble, "Situated Knowledges"
- แนวคิดหลัก: เป็นแกนสำคัญของ posthumanism สตรีนิยมด้านเทคโนวิทยาศาสตร์ (feminist technoscience) และแนวคิดโลกที่มากกว่ามนุษย์ ใน "A Cyborg Manifesto" เสนอไซบอร์ก (cyborg) เป็นภาพของตัวตนที่ไม่บริสุทธิ์ ไม่แยกขาดชัดเจนระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร ธรรมชาติกับวัฒนธรรม ชายกับหญิง หรือร่างกายกับเทคโนโลยี ในงานหลังเรื่อง companion species และ staying with the trouble ขยายไปสู่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์ จุลชีพ และสิ่งมีชีวิตอื่น
- หมายเหตุวิชาการ: ไซบอร์กของฮาราเวย์ไม่ใช่หุ่นยนต์ในนิยาย แต่เป็นภาพของมนุษย์ร่วมสมัยที่ถูกประกอบขึ้นจากเทคโนโลยี ระบบข้อมูล การแพทย์ เพศ การเมือง และร่างกาย
เอ็น. แคทเธอรีน เฮย์ลส์ (N. Katherine Hayles)#
- ผลงานสำคัญ: How We Became Posthuman, My Mother Was a Computer, Unthought, Writing Machines
- แนวคิดหลัก: วิเคราะห์ว่าภาพของมนุษย์เปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อข้อมูลถูกยกให้สำคัญกว่าวัตถุ และจิตสำนึกถูกจินตนาการเหมือนแบบรูป (pattern) ที่อาจถอดออกจากร่างกายได้ วิจารณ์ความคิดเรื่องข้อมูลที่ไร้ร่าง (disembodied information) หรือความคิดว่าจิตใจเป็นข้อมูลบริสุทธิ์ที่ย้ายระหว่างระบบได้ง่าย
- หมายเหตุวิชาการ: เสนอว่าภาวะหลังมนุษย์ที่รับผิดชอบต้องไม่ละทิ้งมิติการมีร่าง (embodiment) เพราะร่างกาย ประสาทสัมผัส วัสดุ เทคโนโลยี และระบบสัญญะล้วนมีส่วนสร้างตัวตน
โรซี ไบรดอตติ (Rosi Braidotti)#
- ผลงานสำคัญ: The Posthuman, Posthuman Knowledge, Nomadic Subjects, Metamorphoses, The Posthuman Feminism
- แนวคิดหลัก: เป็นนักคิดสำคัญของ critical posthumanism และสตรีนิยมหลังมนุษยนิยม วิจารณ์ภาพ "มนุษย์" (Man) ของมนุษยนิยมดั้งเดิมว่าไม่ใช่ภาพมนุษย์สากลจริง แต่เป็นภาพมนุษย์แบบยุโรป ชาย ผิวขาว มีเหตุผล และเป็นศูนย์กลาง เสนอตัวตนหลังมนุษย์ (posthuman subject) ที่ไม่ใช่ปัจเจกเดี่ยวแยกขาด แต่ประกอบด้วยร่างกาย ความต่าง สัตว์ เทคโนโลยี โลก และเครือข่ายชีวิต
- หมายเหตุวิชาการ: แนวคิดตัวตนแบบเร่ร่อน (nomadic subject) เน้นว่าตัวตนไม่ใช่สิ่งแข็งนิ่ง แต่เคลื่อนที่ เปลี่ยนรูป เชื่อมต่อ และสร้างตนเองผ่านความสัมพันธ์
แคร์รี วูล์ฟ (Cary Wolfe)#
- ผลงานสำคัญ: What Is Posthumanism?, Animal Rites, Before the Law, Critical Environments
- แนวคิดหลัก: เป็นนักคิดสำคัญของ critical posthumanism และสัตว์ศึกษา (animal studies) เสนอว่า posthumanism ไม่ได้หมายถึงการก้าวข้ามมนุษย์ด้วยเทคโนโลยีแบบง่าย ๆ แต่คือการวิจารณ์กรอบมนุษยนิยมที่ทำให้มนุษย์เป็นศูนย์กลางของความหมายและจริยธรรม เชื่อมโยง posthumanism กับจริยธรรมสัตว์ ทฤษฎีระบบ (systems theory) แนวคิดของ Derrida และไซเบอร์เนติกส์
- หมายเหตุวิชาการ: เตือนว่าการพูดถึงภาวะหลังมนุษย์โดยยังยืนยันอำนาจมนุษย์แบบเดิม เพียงเพิ่มเทคโนโลยีเข้าไป อาจไม่ใช่ posthumanism ที่แท้จริง แต่เป็นมนุษยนิยมฉบับอัปเกรด
ฟรานเชสกา เฟอร์รานโด (Francesca Ferrando)#
- ผลงานสำคัญ: Philosophical Posthumanism, The Art of Being Posthuman, งานด้าน posthuman ethics และทฤษฎีสตรีนิยม
- แนวคิดหลัก: จัดระบบ philosophical posthumanism อย่างชัดเจน โดยแยก posthumanism ออกจาก transhumanism, antihumanism และ metahumanism เน้นว่า posthumanism ต้องคิดพร้อมกันหลายมิติ ได้แก่ post-humanism ในฐานะการวิจารณ์มนุษยนิยม, post-anthropocentrism ในฐานะการรื้อมนุษย์เป็นศูนย์กลาง และ post-dualism ในฐานะการรื้อคู่ตรงข้าม เช่น มนุษย์กับสัตว์ ธรรมชาติกับวัฒนธรรม จิตกับวัตถุ
- หมายเหตุวิชาการ: งานของเธอช่วยไม่ให้คำว่า posthuman หลุดไปเป็นเพียงแฟนตาซีเทคโนโลยี แต่เป็นกรอบปรัชญาที่รื้อภาพมนุษย์ทั้งระบบ
แบร์นาร์ด สตีเกลอร์ (Bernard Stiegler)#
- ผลงานสำคัญ: Technics and Time, Taking Care of Youth and the Generations, For a New Critique of Political Economy, The Age of Disruption
- แนวคิดหลัก: เสนอว่ามนุษย์ไม่เคยแยกขาดจากเทคนิค (technics) หรือเครื่องมือ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ส่งผ่านความทรงจำ ความสามารถ และจิตใจออกไปสู่ภายนอก (exteriorization) ผ่านเครื่องมือ ภาษา การเขียน สื่อ และเทคโนโลยี เทคโนโลยีจึงไม่ใช่ของเสริมภายนอกมนุษย์ แต่มีส่วนสร้างความเป็นมนุษย์ตั้งแต่แรก
- หมายเหตุวิชาการ: วิจารณ์ทุนนิยมดิจิทัลที่จับความสนใจ (attention) ความปรารถนา และเวลาในจิตใจมนุษย์ ทำให้เทคโนโลยีกลายเป็นสนามต่อสู้ทางจิตใจโดยตรง
กิลแบร์ต ซีมงดง (Gilbert Simondon)#
- ผลงานสำคัญ: On the Mode of Existence of Technical Objects, Individuation in Light of Notions of Form and Information, งานด้าน individuation เทคโนโลยี และภววิทยา
- แนวคิดหลัก: เสนอว่าสิ่งต่าง ๆ ไม่ควรถูกเข้าใจเหมือนวัตถุสำเร็จรูป แต่ควรเข้าใจผ่านกระบวนการก่อตัวเป็นสิ่งนั้น (individuation) ในเรื่องเทคโนโลยี ไม่มองเครื่องจักรเป็นวัตถุต่ำกว่ามนุษย์ แต่เห็นวัตถุทางเทคนิค (technical objects) ว่ามีโหมดการดำรงอยู่และวิวัฒนาการของมันเอง
- หมายเหตุวิชาการ: แนวคิดนี้สำคัญต่อ posthumanism เพราะทำให้คิดตัวตน มนุษย์ และเทคโนโลยีแบบกระบวนการ (process) แทนที่จะเป็นวัตถุแยกขาดตายตัว
แอนดี คลาร์ก (Andy Clark)#
- ผลงานสำคัญ: Natural-Born Cyborgs, Supersizing the Mind, Being There, Surfing Uncertainty
- แนวคิดหลัก: นักคิดสำคัญเรื่องจิตใจส่วนขยาย (extended mind) และการรับรู้แบบมีร่างและอิงสถานการณ์ (embodied / situated cognition) เสนอว่ามนุษย์เป็น "ไซบอร์กโดยธรรมชาติ" (natural-born cyborgs) ไม่ใช่เพราะมีแขนเหล็ก แต่เพราะสมองมนุษย์ใช้เครื่องมือ ภาษา สมุด มือถือ แผนที่ โปรแกรม และสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนขยายของกระบวนการคิด
- หมายเหตุวิชาการ: แนวคิด extended mind ตั้งคำถามว่าจิตใจยังจำกัดอยู่แค่ในกะโหลกศีรษะหรือไม่ เมื่อเครื่องมือภายนอกมีส่วนช่วยสร้างความจำ การตัดสินใจ และการคิด
บรูโน ลาตูร์ (Bruno Latour)#
- ผลงานสำคัญ: We Have Never Been Modern, Politics of Nature, Reassembling the Social, Facing Gaia, Down to Earth
- แนวคิดหลัก: รื้อเส้นแบ่งระหว่างธรรมชาติ (Nature) กับสังคม (Society) เสนอว่าโลกจริงเต็มไปด้วยเครือข่ายผู้กระทำการ (actor-network) ของมนุษย์ สิ่งของ เทคโนโลยี สัตว์ เอกสาร เครื่องมือ สารเคมี รัฐ วิทยาศาสตร์ และสิ่งไม่ใช่มนุษย์ที่ร่วมกันสร้างการกระทำ
- หมายเหตุวิชาการ: ในมุมมองของลาตูร์ สิ่งไม่ใช่มนุษย์มีภาวะการกระทำ (agency) ในเครือข่าย แม้จะไม่ใช่ agency แบบมนุษย์ ทำให้ posthumanism ออกจากภาพมนุษย์เดี่ยวสู่การเห็นโลกเป็นเครือข่ายของการกระทำร่วม
คาเรน บาราด (Karen Barad)#
- ผลงานสำคัญ: Meeting the Universe Halfway, งานด้าน agential realism สตรีนิยมศึกษาวิทยาศาสตร์ และปรัชญาควอนตัม
- แนวคิดหลัก: เสนอสัจนิยมเชิงการกระทำ (agential realism) ซึ่งรื้อเส้นแบ่งระหว่างผู้สังเกตกับสิ่งที่ถูกสังเกตแบบเดิม แนวคิด intra-action สำคัญมาก โดยต่างจาก interaction ที่ถือว่าสิ่งต่าง ๆ มีอยู่ก่อนแล้วค่อยสัมพันธ์กัน intra-action หมายถึงสิ่งต่าง ๆ ก่อตัวขึ้นผ่านความสัมพันธ์เอง ทำให้ subject กับ object ไม่ได้แยกกันชัดเจนตั้งแต่ต้น
- หมายเหตุวิชาการ: บาราดทำให้ภววิทยา ญาณวิทยา และจริยศาสตร์แยกจากกันไม่ได้ง่าย ๆ เพราะการรู้จักโลกคือการมีส่วนร่วมในการทำให้โลกปรากฏขึ้น
เจน เบนเนตต์ (Jane Bennett)#
- ผลงานสำคัญ: Vibrant Matter, The Enchantment of Modern Life, The Force of Things, Influx and Efflux
- แนวคิดหลัก: นักคิดสำคัญของวัตถุนิยมใหม่ (new materialism) เสนอว่าสสาร (matter) ไม่ควรถูกมองเป็นวัตถุเฉื่อยที่รอให้มนุษย์ใช้หรือให้ความหมาย ใน Vibrant Matter เสนอว่าสิ่งของ โลหะ ไฟฟ้า อาหาร ขยะ และวัตถุอื่น ๆ มีพลังชีวิต (vitality) หรือพลังการกระทำบางแบบในเครือข่ายโลก
- หมายเหตุวิชาการ: ไม่ได้อ้างว่าวัตถุคิดเหมือนมนุษย์ แต่เสนอว่ามนุษย์ไม่ควรผูกขาดภาวะการกระทำ (agency) ไว้กับตนเองแต่ผู้เดียว
แมนวล เดอลันดา (Manuel DeLanda)#
- ผลงานสำคัญ: A New Philosophy of Society, Intensive Science and Virtual Philosophy, Assemblage Theory, A Thousand Years of Nonlinear History
- แนวคิดหลัก: พัฒนาทฤษฎีการประกอบ (assemblage theory) จากฐานคิดของ Deleuze และ Guattari เพื่ออธิบายสิ่งต่าง ๆ ว่าเป็นการประกอบกันขององค์ประกอบหลายระดับ ไม่ใช่เอกภาพปิดตาย มนุษย์ เมือง เทคโนโลยี ภาษา สถาบัน เศรษฐกิจ ร่างกาย และสิ่งของสามารถถูกคิดเป็น assemblage ที่เปลี่ยนรูปได้
- หมายเหตุวิชาการ: แนวคิดนี้สำคัญต่อ posthumanism เพราะเสนอว่าตัวตนมนุษย์ไม่ใช่สารแก่นแท้เดียว แต่เป็นการประกอบกันของร่างกาย ประวัติศาสตร์ สิ่งแวดล้อม เครื่องมือ สถาบัน และความสัมพันธ์
เดวิด โรเดน (David Roden)#
- ผลงานสำคัญ: Posthuman Life, "The Speculative Posthumanism", งานด้าน speculative posthumanism และปรัชญาเทคโนโลยี
- แนวคิดหลัก: เสนอ speculative posthumanism ซึ่งตั้งคำถามว่าภาวะหลังมนุษย์ (posthuman) อาจเป็นสิ่งมีชีวิตหรือระบบที่ต่างจากมนุษย์อย่างรุนแรง จนไม่อาจเข้าใจได้ด้วยกรอบมนุษยนิยมเดิม ต่างจาก transhumanism แบบเน้นการยกระดับ (enhancement) ตรงที่ไม่ได้คิดเพียงว่ามนุษย์จะดีขึ้น ฉลาดขึ้น หรืออายุยืนขึ้น แต่ตั้งคำถามว่าเทคโนโลยีอาจสร้างรูปแบบชีวิตหรือภาวะการกระทำที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในเงื่อนไขมนุษย์อีกต่อไป
- หมายเหตุวิชาการ: ทำให้คำว่า posthuman มีนัยทางภววิทยาอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงมนุษย์ที่ใส่เทคโนโลยีแล้วมีความสามารถมากขึ้น แต่อาจเป็นสิ่งที่หลุดออกจากภาพมนุษย์ไปเลย
ปีเตอร์ สโลเทอร์ไดจ์ก (Peter Sloterdijk)#
- ผลงานสำคัญ: Rules for the Human Zoo, You Must Change Your Life, Spheres, Critique of Cynical Reason
- แนวคิดหลัก: สำคัญในประเด็น anthropotechnics หรือเทคนิคที่มนุษย์ใช้ฝึก เปลี่ยน และสร้างตนเอง ใน Rules for the Human Zoo ตั้งคำถามว่ามนุษยนิยมเองก็เป็นเทคนิคการเลี้ยงดู ฝึกฝน และทำให้เชื่อง (domesticate) มนุษย์แบบหนึ่ง
- หมายเหตุวิชาการ: เสนอว่ามนุษย์ไม่เคยเป็นธรรมชาติบริสุทธิ์ตั้งแต่แรก แต่ถูกสร้างผ่านการฝึก วินัย ภาษา การศึกษา ศาสนา สถาบัน และเทคนิคของตนเอง จึงเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง posthumanism ปรัชญาเทคโนโลยี และมานุษยวิทยาว่าด้วยการก่อรูปตนเอง
ยุก ฮุ่ย (Yuk Hui)#
- ผลงานสำคัญ: The Question Concerning Technology in China, Recursivity and Contingency, Art and Cosmotechnics, Machine and Sovereignty
- แนวคิดหลัก: สำคัญสำหรับการคิดเทคโนโลยีโดยไม่ให้ตะวันตกเป็นศูนย์กลาง เสนอแนวคิด cosmotechnics คือการคิดเทคโนโลยีที่สัมพันธ์กับจักรวาลทัศน์ จริยธรรม และวัฒนธรรมเฉพาะ วิจารณ์ความคิดที่ว่าเทคโนโลยีมีเส้นทางสากลเดียวที่ทุกวัฒนธรรมต้องเดินตาม
- หมายเหตุวิชาการ: ตั้งคำถามว่าเทคโนโลยีแบบไหนสัมพันธ์กับโลกแบบไหน และมนุษย์อาจมีความทันสมัย (modernity) ได้หลายแบบหรือไม่ งานของเขาช่วยไม่ให้การถกเถียงเรื่อง posthumanism ผูกติดกับกรอบเทคโนโลยีแบบตะวันตกเพียงกรอบเดียว
เชอร์รี เทอร์เคิล (Sherry Turkle)#
- ผลงานสำคัญ: The Second Self, Life on the Screen, Alone Together, Reclaiming Conversation
- แนวคิดหลัก: ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต หุ่นยนต์ และตัวตนในโลกดิจิทัล แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือใช้งาน แต่เป็นพื้นที่ที่มนุษย์ทดลองตัวตน ความสัมพันธ์ ความใกล้ชิด ความโดดเดี่ยว และการยืนยันการมีอยู่ของตนเอง
- หมายเหตุวิชาการ: งานของเธอตั้งคำถามว่าตัวตนของมนุษย์เปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อพูดคุยกับเครื่องจักร ฝากความจำไว้กับระบบดิจิทัล หรือสร้างบุคลิกออนไลน์ (persona) บนหน้าจอ
อภิธานศัพท์#
- Posthumanism (แนวคิดหลังมนุษยนิยม): สายคิดที่วิจารณ์ภาพมนุษย์แบบมนุษยนิยมดั้งเดิม โดยเฉพาะมนุษย์ในฐานะศูนย์กลางของโลก เหตุผล และคุณค่า
- Critical Posthumanism: posthumanism แบบวิพากษ์ที่ไม่ได้เพียงพูดถึงเทคโนโลยี แต่รื้อ anthropocentrism, human exceptionalism, dualism และอำนาจของภาพ "มนุษย์สากล"
- Transhumanism (แนวคิดข้ามมนุษยนิยม): สายคิดที่สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับหรือเปลี่ยนข้อจำกัดของมนุษย์ เช่น อายุ สติปัญญา ร่างกาย สุขภาพ และความสามารถทางจิต
- Posthuman (ภาวะหลังมนุษย์): สภาวะหลังภาพมนุษย์แบบเดิม หรือสิ่งมีชีวิต/ตัวตนที่ก้าวข้ามเงื่อนไขมนุษย์ปัจจุบัน ทั้งในเชิงวิพากษ์และเชิงเทคโนโลยี
- Human Enhancement (การยกระดับมนุษย์): การปรับปรุงมนุษย์ผ่านยา เทคโนโลยี พันธุกรรม AI อุปกรณ์เชื่อมต่อ หรือการออกแบบร่างกาย
- Morphological Freedom (เสรีภาพทางรูปลักษณ์): เสรีภาพในการปรับเปลี่ยนร่างกาย รูปร่าง ความสามารถ หรือรูปแบบทางชีวภาพของตนเอง
- Cyborg (ไซบอร์ก): ตัวตนผสมระหว่างสิ่งมีชีวิตกับเครื่องจักร หรือภาพของมนุษย์ที่ไม่เคยแยกขาดจากเทคโนโลยีอย่างบริสุทธิ์
- Companion Species: ความคิดว่ามนุษย์กับสัตว์บางชนิดร่วมกันสร้างตัวตน ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของกันและกัน
- More-than-Human: โลกที่มีมากกว่ามนุษย์ รวมสัตว์ พืช จุลชีพ เครื่องมือ วัตถุ ระบบนิเวศ และสิ่งไม่ใช่มนุษย์ที่ร่วมสร้างความจริง
- Nonhuman Agency (ภาวะการกระทำของสิ่งไม่ใช่มนุษย์): การยอมรับว่าสิ่งไม่ใช่มนุษย์ เช่น เครื่องมือ วัตถุ เทคโนโลยี สัตว์ ระบบนิเวศ หรือสารเคมี มีบทบาทให้เหตุการณ์เกิดขึ้น แม้ไม่ใช่ agency แบบมนุษย์
- Assemblage (การประกอบ): การประกอบกันขององค์ประกอบหลายชนิด เช่น ร่างกาย เครื่องมือ สังคม ภาษา ข้อมูล สถาบัน และสิ่งแวดล้อม จนเกิดตัวตนหรือระบบหนึ่งขึ้น
- Actor-Network (เครือข่ายผู้กระทำการ): เครือข่ายของมนุษย์และสิ่งไม่ใช่มนุษย์ที่ร่วมกันสร้างการกระทำ ความรู้ สังคม และความจริง
- Extended Mind (จิตใจส่วนขยาย): แนวคิดว่าจิตใจอาจขยายออกไปผ่านเครื่องมือ สมุด โทรศัพท์ ภาษา แผนที่ คอมพิวเตอร์ หรือ AI ไม่ได้จำกัดอยู่ในสมองเท่านั้น
- Embodiment (การมีร่าง): การยืนยันว่าตัวตน ความคิด และข้อมูลไม่ควรถูกแยกจากร่างกาย ประสาทสัมผัส วัสดุ และสถานการณ์จริง
- Disembodied Information (ข้อมูลไร้ร่าง): ความคิดที่มองจิตใจหรือ subject เป็นข้อมูลล้วนที่แยกจากร่างกายได้ ซึ่งถูกวิจารณ์อย่างหนักใน critical posthumanism
- Technics (เทคนิค): เครื่องมือ เทคนิค ระบบสื่อ การเขียน และเทคโนโลยีที่มีส่วนสร้างมนุษย์ ไม่ใช่เพียงสิ่งที่มนุษย์ใช้จากภายนอก
- Technogenesis: การร่วมวิวัฒน์ระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยี มนุษย์สร้างเทคโนโลยี และเทคโนโลยีก็ย้อนกลับมาสร้างมนุษย์
- Agential Realism (สัจนิยมเชิงการกระทำ): แนวคิดของ Barad ที่มองว่าความจริงเกิดจาก intra-action ระหว่าง subject, object, apparatus และเงื่อนไขทางวัตถุ/ความรู้
- Intra-Action: ความสัมพันธ์ที่สิ่งต่าง ๆ ไม่ได้มีอยู่แยกกันมาก่อน แต่ก่อตัวขึ้นผ่านความสัมพันธ์นั้นเอง
- Vibrant Matter (สสารมีชีวา): แนวคิดว่าวัตถุไม่ใช่สิ่งเฉื่อย แต่มีพลังในการกระทบ จัดรูป และร่วมสร้างเหตุการณ์ในโลก
- Singularity (ภาวะเอกฐานทางเทคโนโลยี): จินตนาการหรือสมมติฐานว่าเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI อาจพัฒนาเร็วและแรงจนเปลี่ยนเงื่อนไขความเป็นมนุษย์อย่างถอนราก
- Mind Uploading (การอัปโหลดจิต): แนวคิดว่าจิตหรือข้อมูลของสมองอาจถูกย้ายหรือจำลองในระบบดิจิทัล เป็นประเด็นถกเถียงทั้งด้านปรัชญา จิตใจ และอัตลักษณ์
- Existential Risk (ความเสี่ยงต่อการดำรงอยู่): ความเสี่ยงที่อาจทำให้มนุษยชาติสูญพันธุ์หรือสูญเสียศักยภาพระยะยาวอย่างถาวร เช่น AI เทคโนโลยีชีวภาพ ความเสี่ยงนิวเคลียร์ หรือภัยพิบัติทางภูมิอากาศ
- Cosmotechnics: แนวคิดของ Yuk Hui ว่าเทคโนโลยีควรถูกคิดสัมพันธ์กับจักรวาลทัศน์ วัฒนธรรม และจริยธรรมเฉพาะ ไม่ใช่มีเส้นทางสากลเดียว
ข้อควรระวังทางวิชาการ#
Posthumanism, Transhumanism และ More-than-Human Philosophy เป็นสามสายที่เกี่ยวข้องกันแต่ไม่เหมือนกัน และในบางกรณีขัดแย้งกันเอง Transhumanism เน้นการยกระดับมนุษย์ด้วยเทคโนโลยีโดยยังยึดกรอบเหตุผลนิยมและความก้าวหน้าแบบมนุษยนิยมไว้บางส่วน ขณะที่ critical posthumanism (เช่นแนวคิดของ Wolfe, Braidotti, Ferrando) วิจารณ์ตรงกันข้ามว่าการเพิ่มเทคโนโลยีเข้าไปโดยไม่รื้อกรอบ anthropocentrism อาจเป็นเพียงมนุษยนิยมฉบับอัปเกรด ไม่ใช่การก้าวข้ามมนุษยนิยมอย่างแท้จริง ผู้ศึกษาจึงควรแยกแยะบริบทและจุดยืนของนักคิดแต่ละคนให้ชัดเจน ไม่ควรเหมารวมว่าทุกคนในสายนี้เห็นพ้องต้องกันเรื่องคุณค่าของเทคโนโลยีหรือทิศทางของอนาคตมนุษย์
หมายเหตุการขัดเกลา: เนื้อหานี้เรียบเรียงจากบันทึกต้นทางโดยตัดส่วนที่ไม่เกี่ยวกับสาระวิชาการออก และจัดโครงสร้างใหม่ตามมาตรฐานเนื้อหาสำนักคิดของ ARCHRON