ปฏิบัตินิยม (Pragmatism)#
ปรัชญา · สายปรัชญาอเมริกัน (American Philosophy)
คำอธิบายให้เห็นภาพ#
ปฏิบัตินิยมมองความจริงและความหมายของแนวคิดว่าไม่ใช่สิ่งที่ลอยอยู่เหนือชีวิต แต่ต้องผ่านการพิสูจน์ในประสบการณ์ การทดลอง และการกระทำจริง แกนคำถามของสำนักคิดนี้คือ แนวคิดหนึ่งสร้างผลต่างอะไรในชีวิตจริง ช่วยให้มนุษย์คาดการณ์ ตัดสินใจ หรือปฏิบัติต่อโลกต่างไปจากเดิมอย่างไร ปฏิบัตินิยมจึงทำหน้าที่ตรวจสอบว่าความคิดหนึ่ง ๆ มีชีวิตจริงอยู่หรือไม่ หรือเป็นเพียงทฤษฎีที่ฟังดูลึกซึ้งแต่ไม่เปลี่ยนแปลงสิ่งใดในความเป็นจริง
ความเป็นมาและกรอบความคิด#
ปฏิบัตินิยม (Pragmatism) เริ่มต้นในสหรัฐอเมริการาวทศวรรษ 1870 และพัฒนาโดยนักคิดคลาสสิกอย่าง Charles Sanders Peirce, William James และ John Dewey แกนร่วมของสำนักคิดนี้คือการมองความรู้ว่าไม่แยกขาดจากการกระทำในโลก และใช้ผลเชิงประสบการณ์หรือการปฏิบัติเป็นวิธีตรวจสอบความหมายของแนวคิด แทนที่จะปล่อยให้ทฤษฎีลอยอยู่เหนือชีวิตจริง (Stanford Encyclopedia of Philosophy)
นักคิดสำคัญ#
ชาลส์ แซนเดอร์ส เพิร์ซ (Charles Sanders Peirce)#
- ผลงานสำคัญ: How to Make Our Ideas Clear, The Fixation of Belief, Collected Papers, Writings of Charles S. Peirce
- แนวคิดหลัก:
- Pragmatic Maxim — ความหมายของแนวคิดต้องพิจารณาจากผลเชิงปฏิบัติที่พึงคาดการณ์ได้
- Inquiry — การสืบค้นเริ่มจากความสงสัย (doubt) และมุ่งไปสู่ความเชื่อ (belief) ที่มั่นคงกว่า
- Fallibilism — ความรู้ของมนุษย์ผิดพลาดได้เสมอ
- Community of Inquiry — ความจริงไม่ใช่ของอัตตาเดี่ยว แต่เกิดขึ้นในชุมชนผู้สืบค้นระยะยาว
- Abduction — การตั้งสมมติฐานอธิบายที่ดีที่สุดในเบื้องต้น
- Deduction / Induction / Abduction — เหตุผลสามรูปแบบในกระบวนการสืบค้น
- Semiotics — ทฤษฎีสัญญะ ประกอบด้วย sign (สัญญะ), object (วัตถุ), interpretant (ตัวตีความ)
- Firstness / Secondness / Thirdness — หมวดหมู่พื้นฐานของประสบการณ์และความสัมพันธ์
- Anti-Cartesianism — ไม่เริ่มต้นจากตัวประธาน (subject) ที่แยกขาดจากโลก แต่เริ่มจากการสืบค้น สัญญะ ชุมชน และการปฏิบัติ
- หมายเหตุวิชาการ: เพิร์ซใช้ pragmatic maxim เพื่อทำให้แนวคิดชัดเจนขึ้น โดยตั้งคำถามว่าหากแนวคิดนั้นเป็นจริง มันจะสร้างผลต่างอะไรในประสบการณ์หรือการกระทำ นอกจากนี้เขายังมีบทบาทสำคัญด้าน semiotics และตรรกะของการสืบค้น (logic of inquiry) โดยเฉพาะ abduction ซึ่งเป็นการตั้งสมมติฐานเพื่อเปิดทางให้ความคิดใหม่เกิดขึ้น (Stanford Encyclopedia of Philosophy)
วิลเลียม เจมส์ (William James)#
- ผลงานสำคัญ: Pragmatism, The Principles of Psychology, The Varieties of Religious Experience, Essays in Radical Empiricism, The Will to Believe, A Pluralistic Universe
- แนวคิดหลัก:
- Pragmatic Method — ตัดข้อถกเถียงเชิงนามธรรมด้วยการถามว่าข้อถกเถียงนั้นสร้างความแตกต่างในทางปฏิบัติหรือไม่
- Radical Empiricism — ประสบการณ์รวมความสัมพันธ์ต่าง ๆ ไว้ด้วย ไม่ใช่เพียงข้อมูลโดด ๆ
- Stream of Consciousness — จิตสำนึกเป็นกระแสต่อเนื่อง ไม่ใช่กล่องเก็บความคิดที่แยกส่วน
- Cash Value of Ideas — แนวคิดมีคุณค่าเมื่อมันทำงานได้จริงในประสบการณ์
- Pluralism — ความจริงไม่จำเป็นต้องถูกรวมเป็นระบบเดียวทั้งหมด
- Will to Believe — ความเชื่อบางประเภทที่มีชีวิต บังคับให้ต้องเลือก และมีความสำคัญ อาจต้องตัดสินใจก่อนที่หลักฐานจะสมบูรณ์
- Religious Experience — ศาสนาควรถูกศึกษาในฐานะประสบการณ์ที่มีชีวิต
- Truth as Verification Process — ความจริงเกี่ยวข้องกับกระบวนการทำให้เป็นจริงและตรวจสอบได้ในประสบการณ์
- Temperament in Philosophy — ปรัชญาไม่เคยแยกขาดจากอารมณ์พื้นฐานของผู้คิด
- หมายเหตุวิชาการ: เจมส์เสนอปฏิบัตินิยมเป็นวิธีคลี่คลายข้อถกเถียงที่ไม่มีข้อยุติ โดยตั้งคำถามว่าหากความเห็นหนึ่งถูกและอีกความเห็นหนึ่งผิด จะมีผลต่างอะไรต่อประสบการณ์และการปฏิบัติจริงหรือไม่ นอกจากนี้เขายังเสนอ radical empiricism ซึ่งมองว่าความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่าง ๆ เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์จริง ไม่ใช่สิ่งที่จิตเติมเข้ามาภายหลัง (Stanford Encyclopedia of Philosophy)
จอห์น ดิวอี้ (John Dewey)#
- ผลงานสำคัญ: Democracy and Education, Experience and Nature, Art as Experience, Human Nature and Conduct, The Public and Its Problems, Logic: The Theory of Inquiry
- แนวคิดหลัก:
- Experience as Transaction — ประสบการณ์คือการปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
- Inquiry as Problem-solving — ความคิดเกิดขึ้นเมื่อความเคยชิน (habit) เดิมสะดุดและต้องแก้ปัญหา
- Learning by Doing — การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ ทดลอง และสะท้อนผล
- Democracy as Way of Life — ประชาธิปไตยไม่ใช่เพียงระบอบการปกครอง แต่เป็นวิถีการอยู่ร่วมและเรียนรู้ร่วมกัน
- Education as Growth — การศึกษาไม่ใช่การยัดเยียดข้อมูล แต่คือการสร้างความสามารถในการเติบโตต่อไป
- Habit — นิสัยเป็นโครงสร้างของการกระทำและการปรับตัว
- Instrumentalism — ความคิด (idea) เป็นเครื่องมือในการจัดการสถานการณ์
- Art as Experience — ศิลปะไม่ใช่วัตถุที่แยกขาดจากชีวิต แต่เป็นประสบการณ์ที่มีความสมบูรณ์ในตัว
- Public and Communication — พื้นที่สาธารณะเกิดขึ้นเมื่อผลของการกระทำร่วมต้องถูกสื่อสารและจัดการร่วมกัน
- หมายเหตุวิชาการ: ตามภาพรวมใน SEP ดิวอี้พัฒนาแนวคิดเรื่องประสบการณ์แบบไม่แยกผู้รู้ออกจากโลก แต่เน้นการปฏิสัมพันธ์ (transacting) กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วน Britannica จัดให้ดิวอี้เป็นหนึ่งในนักคิดคลาสสิกที่ทำให้ปฏิบัตินิยมขยายไปสู่การศึกษา ประชาธิปไตย และการทดลองทางสังคม (Stanford Encyclopedia of Philosophy)
จอร์จ เฮอร์เบิร์ต มี้ด (George Herbert Mead)#
- ผลงานสำคัญ: Mind, Self, and Society, The Philosophy of the Present, Movements of Thought in the Nineteenth Century
- แนวคิดหลัก:
- Social Self — ตัวตนเกิดจากปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ไม่ใช่ก้อนภายในที่มีอยู่ก่อนแล้ว
- Significant Symbols — สัญลักษณ์หรือคำพูดที่มีความหมายร่วมกันในปฏิสัมพันธ์
- Role-taking — การรับบทบาทของผู้อื่น
- Generalized Other — ท่าทีของชุมชนที่ถูกทำให้เป็นส่วนหนึ่งของตัวตน (internalized)
- I / Me — "I" คือด้านที่ตอบสนอง สร้างสรรค์ และคาดเดายาก ส่วน "Me" คือด้านที่รับท่าทีของสังคมเข้ามา
- Mind as Social Process — จิตเกิดขึ้นผ่านภาษา ท่าทาง (gesture) และปฏิสัมพันธ์
- Self-consciousness — เกิดขึ้นเมื่อบุคคลสามารถเป็นวัตถุให้กับตนเองได้ผ่านสายตาของผู้อื่น
- Symbolic Interactionism — รากฐานสำคัญของการมองตัวตนผ่านสัญลักษณ์และปฏิสัมพันธ์
- Present as Emergent — ปัจจุบันเป็นพื้นที่ที่สิ่งใหม่เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ระหว่างอดีตกับการกระทำ
- หมายเหตุวิชาการ: มี้ดพัฒนาทฤษฎีว่าด้วยจิตและตัวตนในสายจิตวิทยาสังคมแบบปฏิบัตินิยม (pragmatist social psychology) โดยมองว่าจิตและการรู้ตัวเองเกิดจากปฏิสัมพันธ์ทางสังคมผ่านท่าทางและสัญลักษณ์ที่มีความหมายร่วม เช่น ภาษา เขาจึงมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจตัวตนในฐานะสิ่งที่เกิดร่วมกับผู้อื่น ไม่ใช่สิ่งที่โดดเดี่ยวอยู่ในหัว (Encyclopedia Britannica)
ริชาร์ด รอร์ตี (Richard Rorty)#
- ผลงานสำคัญ: Philosophy and the Mirror of Nature, Consequences of Pragmatism, Contingency, Irony, and Solidarity, Objectivity, Relativism, and Truth, Philosophy and Social Hope, Achieving Our Country
- แนวคิดหลัก:
- Anti-representationalism — ความรู้ไม่ใช่กระจกที่สะท้อนโลกแบบตรงไปตรงมา
- Critique of Epistemology — วิจารณ์ปรัชญาที่หมกมุ่นกับการหาฐานความรู้ขั้นสุดท้าย
- Vocabulary — มนุษย์ดำรงอยู่และคิดผ่านชุดภาษาที่ใช้บรรยายโลก
- Redescription — การเปลี่ยนคำบรรยายคือการเปลี่ยนโลกที่เราอยู่
- Contingency — ภาษา ตัวตน และสังคมไม่มีฐานที่เป็นนิรันดร์
- Irony — การตระหนักว่าภาษาและความเชื่อของตนเองอาจถูกอธิบายใหม่ (redescribe) ได้เสมอ
- Solidarity — ความก้าวหน้าทางศีลธรรมคือการขยายขอบเขตของ "พวกเรา" ให้รวมผู้ทุกข์ที่เคยมองไม่เห็น
- Liberal Utopia — สังคมที่ลดความโหดร้าย (cruelty) และเปิดพื้นที่ให้การสร้างตัวตน
- Philosophy as Cultural Politics — ปรัชญาเป็นการแทรกแซงทางวัฒนธรรม ไม่ใช่เพียงการค้นหาฐานนิรันดร์ของความจริง
- หมายเหตุวิชาการ: รอร์ตีเป็นนักคิดสาย neopragmatist ที่วิจารณ์ภาพความรู้แบบ "กระจกสะท้อนธรรมชาติ" และเสนอให้เข้าใจปรัชญาในฐานะการปรับเปลี่ยนชุดภาษา (vocabulary) การอธิบายใหม่ (redescription) และการเมืองเชิงวัฒนธรรม มากกว่าการแสวงหาฐานความรู้ขั้นสุดท้าย SEP ระบุว่าแกนสำคัญของเขาคือการวิจารณ์ representationalism และการขยายความเป็นปึกแผ่น (solidarity) ผ่านการฝึกความไวต่อความทุกข์ของผู้อื่น (Stanford Encyclopedia of Philosophy)
คอร์เนล เวสต์ (Cornel West)#
- ผลงานสำคัญ: The American Evasion of Philosophy, Race Matters, Democracy Matters, The Ethical Dimensions of Marxist Thought, Prophetic Fragments, Black Prophetic Fire
- แนวคิดหลัก:
- Prophetic Pragmatism — ปฏิบัตินิยมที่เชื่อมโยงความจริงเชิงปฏิบัติ จริยธรรม ศาสนา การเมือง และการปลดปล่อย
- Race, Class, Justice — การอ่านสังคมอเมริกันผ่านมิติเชื้อชาติ ชนชั้น และอำนาจ
- Tragicomic Hope — ความหวังที่ไม่ไร้เดียงสา เพราะตระหนักถึงความทุกข์และโศกนาฏกรรม
- Democratic Faith — ประชาธิปไตยเป็นวิถีชีวิต ไม่ใช่เพียงกลไกของรัฐ
- Public Philosophy — ปรัชญาต้องสื่อสารกับสาธารณะ ไม่ใช่จำกัดอยู่แต่ในรั้วมหาวิทยาลัย
- Nihilism in Black America — การวิเคราะห์ความสิ้นหวังที่เกิดจากความยากจน การเหยียดผิว และการสูญเสียความหมาย
- Love and Justice — ความรักต้องสัมพันธ์กับความยุติธรรม ไม่ใช่เพียงความรู้สึกส่วนบุคคล
- Blues Sensibility — การรักษาศักดิ์ศรีและเสียงของตนท่ามกลางความทุกข์
- Prophetic Critique — การวิจารณ์อำนาจด้วยเสียงที่ผูกโยงกับความจริง ความรัก และความยุติธรรม
- หมายเหตุวิชาการ: คอร์เนล เวสต์เป็นนักปรัชญา นักวิจารณ์สังคม และนักกิจกรรมทางการเมืองชาวอเมริกัน งานของเขาเชื่อมโยงปฏิบัตินิยมอเมริกัน (American pragmatism) ความรู้สึกทางศีลธรรมแบบคริสเตียน สังคมนิยมประชาธิปไตย (democratic socialism) และประเด็นเรื่องเชื้อชาติ ชนชั้น และความยุติธรรม โดย Race Matters เป็นงานสำคัญที่วิเคราะห์วิกฤตทางเชื้อชาติ ความยากจน และความสิ้นหวังในสหรัฐอเมริกา (Encyclopedia Britannica)
นักคิดเสริมที่ควรบรรจุ#
- เจน แอดดัมส์ (Jane Addams) — นักปฏิบัตินิยมที่นำทฤษฎีไปปฏิบัติจริงในงานสังคมผ่าน Hull House เชื่อมโยงกับประชาธิปไตย จริยธรรมสังคม สตรีนิยม และการปรึกษาหารืออย่างมีส่วนร่วม (inclusive deliberation) เธอมีความสำคัญเพราะไม่แยกทฤษฎีออกจากการปฏิบัติ ทำให้ปฏิบัตินิยมกลายเป็นปรัชญาประยุกต์ที่ฝังอยู่ในงานสังคมจริง SEP ชี้ว่าเธอสร้างความเป็นสุดโต่งให้กับปฏิบัตินิยม (radicalize) ด้วยแนวคิดว่าความก้าวหน้าทางสังคมต้องเป็นผลร่วมกัน ไม่ใช่ความก้าวหน้าของคนเก่งเพียงไม่กี่คน (Stanford Encyclopedia of Philosophy)
- โจไซอาห์ รอยซ์ (Josiah Royce) — คู่สนทนาสำคัญของเพิร์ซและเจมส์ มีความสำคัญต่อแนวคิดเรื่องชุมชน ความภักดี (loyalty) และการตีความ (interpretation)
- ดับเบิลยู. อี. บี. ดูบัวส์ (W. E. B. Du Bois) — แม้ไม่ใช่นักปฏิบัตินิยมแบบแคบ แต่มีความสำคัญมากต่อปรัชญาอเมริกัน ประเด็นเชื้อชาติ จิตสำนึกคู่ (double consciousness) และประชาธิปไตย
- ฮิลารี พัตนัม (Hilary Putnam) — นักคิดสาย neopragmatist ที่สำคัญ พยายามรักษาความจริง ความเป็นวัตถุวิสัย และจริยศาสตร์ไว้ภายหลังยุคปรัชญาวิเคราะห์ (analytic philosophy)
- ซูซาน ฮาก (Susan Haack) — มีความสำคัญต่อญาณวิทยาแบบปฏิบัตินิยม (pragmatist epistemology) และแนวคิด foundherentism
- เชอริล มิสัก (Cheryl Misak) — มีความสำคัญต่อปฏิบัตินิยมแบบเพิร์ซ (Peircean pragmatism) ความจริง ประชาธิปไตย และการสืบค้นเชิงศีลธรรม-การเมือง
อภิธานศัพท์#
| คำศัพท์ | ความหมายแกน |
|---|
| Pragmatism (ปฏิบัตินิยม) | ปรัชญาที่ทดสอบความหมายของแนวคิดผ่านผลในประสบการณ์และการปฏิบัติ |
| Pragmatic Maxim | การพิจารณาผลเชิงปฏิบัติของแนวคิดเพื่อทำให้ความหมายชัดเจน |
| Inquiry (การสืบค้น) | กระบวนการสืบค้นจากความสงสัยไปสู่ความเชื่อที่มั่นคงกว่า |
| Doubt (ความสงสัย) | ภาวะที่ความเคยชินเดิมสะดุด |
| Belief (ความเชื่อ) | ความเชื่อที่ใช้จัดการการกระทำ |
| Fallibilism | ความรู้ของมนุษย์ผิดพลาดได้เสมอ |
| Abduction | การตั้งสมมติฐานอธิบายเบื้องต้น |
| Community of Inquiry | ชุมชนผู้สืบค้นที่ตรวจสอบความจริงร่วมกัน |
| Radical Empiricism | ประสบการณ์ที่รวมความสัมพันธ์ต่าง ๆ ไว้ด้วย |
| Stream of Consciousness | จิตสำนึกในฐานะกระแสต่อเนื่อง |
| Cash Value | ผลจริงของแนวคิดเมื่อทำงานในประสบการณ์ |
| Instrumentalism | ความคิดเป็นเครื่องมือแก้ไขสถานการณ์ |
| Experience (ประสบการณ์) | ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับโลก |
| Habit (ความเคยชิน) | รูปแบบการกระทำที่สะสมขึ้น |
| Learning by Doing | การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำและสะท้อนผล |
| Democracy as Way of Life | ประชาธิปไตยในฐานะวิถีการอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่เพียงระบบรัฐ |
| Generalized Other | ท่าทีของชุมชนที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน |
| I / Me | ด้านที่สร้างสรรค์และตอบสนอง เทียบกับด้านที่รับท่าทีทางสังคมเข้ามา |
| Redescription | การเปลี่ยนคำบรรยายเพื่อเปิดความเป็นไปได้ใหม่ |
| Solidarity | การขยายขอบเขตของ "พวกเรา" ให้รวมผู้ที่เคยถูกมองข้าม |
| Meliorism | แนวคิดว่าโลกดีขึ้นได้ผ่านการกระทำร่วมกัน |
| Public Philosophy | ปรัชญาที่สื่อสารกับชีวิตสาธารณะ |
ข้อควรระวังทางวิชาการ#
- ไม่ควรลดทอนปฏิบัตินิยมให้เหลือเพียงหลักการหยาบ ๆ ว่า "อะไรมีประโยชน์ก็ถือว่าจริง"
- ไม่ควรตีความวิลเลียม เจมส์ว่าเป็นสัมพัทธนิยม (relativist) อย่างง่ายเกินไป
- ไม่ควรมองจอห์น ดิวอี้เป็นเพียงนักปฏิรูปการศึกษาเท่านั้น
- ไม่ควรมองเพิร์ซเป็นเพียงผู้ที่พูดถึง "ผลเชิงปฏิบัติ" อย่างผิวเผิน
- ไม่ควรสรุปว่ารอร์ตีหมายความว่า "ไม่มีความจริง อะไรก็ได้ทั้งนั้น"
- ไม่ควรมองมี้ดเป็นพฤติกรรมนิยม (behaviorism) แบบตื้นเขิน
- ไม่ควรมองคอร์เนล เวสต์เป็นเพียงนักพูดทางการเมือง เพราะเขาเป็นนักคิดด้านปรัชญาสาธารณะที่เชื่อมโยงปฏิบัตินิยมเข้ากับความยุติธรรม
- พึงระลึกว่าปฏิบัตินิยมไม่ได้ปฏิเสธความลึกซึ้งทางปรัชญา แต่ทำหน้าที่ทดสอบว่าความลึกซึ้งนั้นมีชีวิตจริงในประสบการณ์หรือไม่
หมายเหตุการขัดเกลา: เนื้อหานี้เรียบเรียงจากบันทึกต้นทางโดยตัดส่วนที่ไม่เกี่ยวกับสาระวิชาการออก และคงอ้างอิงเดิม (Stanford Encyclopedia of Philosophy, Encyclopedia Britannica) ไว้ครบถ้วน