Aristotle · 384 – 322 BC · สังกัดสำนัก กรีกโบราณ (Classical Greek)
“Knowing yourself is the beginning of all wisdom.”
อริสโตเติล (Aristotle) เป็นนักปรัชญาและนักพหุสูตชาวกรีกโบราณ ผู้ก่อตั้งสำนักคิดแบบเพอริพาทีติก (Lyceum) งานเขียนของเขาครอบคลุมวิชาฟิสิกส์ ชีววิทยา จิตวิทยา จริยศาสตร์ การเมือง ตรรกศาสตร์ และวรรณคดีวิจารณ์ เขาเน้นศึกษาผ่านการสังเกตเชิงประจักษ์และการจำแนกประเภทความรู้ ซึ่งมีอิทธิพลต่อความคืบหน้าของวิทยาศาสตร์และปรัชญายุคกลางอย่างมหาศาล
เข้าเรียนที่สำนัก Academy ของเพลโตเป็นเวลากว่า 20 ปี ก่อนจะพัฒนาทฤษฎีปรัชญาแนวทางประจักษ์นิยมของตนเองที่โต้แย้งและก้าวข้ามทฤษฎีแบบฉบับของเพลโต
384 – 322 BC
428 – 348 BC
อภิปรัชญาเป็นแกนที่ลึกที่สุดสายหนึ่งของปรัชญา เพราะไม่ได้ตั้งคำถามเพียงว่ามนุษย์ควรดำเนินชีวิตอย่างไร แต่ตั้งคำถามที่อยู่เบื้องหลังคำถามทุกข้อ ได้แก่ สิ่งที่มีอยู่คืออะไร ความจริงมีโครงสร้างแบบใด ตัวตนเป็นสาระ (substance) หรือกระบวนการ (process) เวลาเป็นสิ่งจริงหรือเป็นเพียงรูปแบบของการรับรู้
สุนทรียศาสตร์ (Aesthetics) คือสาขาปรัชญาที่ศึกษาความงาม ศิลปะ รสนิยม และประสบการณ์เชิงสุนทรียะ คำถามหลักของสายนี้ไม่ใช่แค่ "อะไรสวย" แต่ลึกกว่านั้นคือ ความงามคืออะไร ศิลปะทำงานกับจิตใจอย่างไร และเหตุใดภาพหนึ่ง เสียงหนึ่ง หรือคำหนึ่ง จึงมีน้ำหนักต่อจิตวิญญาณมนุษย์ได้มากกว่าสิ่งอื่น
ปรัชญากรีกโบราณคือจุดกำเนิดสำคัญของคำถามเรื่องความจริง ความดี วิญญาณ เหตุผล เมือง ความรู้ ชีวิตที่ดี การรู้จักตนเอง และระเบียบของจักรวาล สายความคิดนี้ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่ม Presocratics ที่ตั้งคำถามว่าโลกคืออะไรและความจริงคืออะไร ไปจนถึง Socrates, Plato และ Aristotle
แกนกลางของปรัชญาสายนี้คือ ภาษา ความหมาย ตรรกะ ความจริง ข้อโต้แย้ง การอ้างถึง นิยาม และการวิเคราะห์แนวคิด (concept) เพื่อให้ประโยคชัดเจนขึ้น พร้อมกับแยกแยะว่าปัญหาหนึ่ง ๆ เป็น "ปัญหาจริง" หรือเป็น "ปัญหาที่เกิดจากภาษา/นิยาม/ตรรกะพาให้หลงทาง"
ปรัชญาคริสต์คือสายความคิดที่ตั้งคำถามใหญ่เกี่ยวกับพระเจ้า วิญญาณ บาป ความรอด เจตจำนงเสรี ความชั่ว ศรัทธากับเหตุผล กฎธรรมชาติ ความรู้ที่มาจากพระเจ้า การสารภาพบาป ชีวิตภายใน และการจัดระเบียบของวิญญาณ สายนี้ไม่ใช่การเทศนาหรือคำสอนศาสนาเพื่อการปฏิบัติ แต่เป็นระบบคิดเชิงปรัชญาและเทววิทยาที่ใช้เหตุผล
ถ้าอภิปรัชญา (metaphysics) ถามว่า "ความจริงคืออะไร" ญาณวิทยาจะถามคำถามต่อทันทีว่า "เรารู้ได้อย่างไรว่าเรากำลังแตะความจริง" หรือว่าเราเพียงเชื่อสิ่งที่ ego ภาษา อคติ บาดแผลทางจิตใจ อุดมการณ์ หรือระบบสังคมป้อนให้เรา
จริยศาสตร์ (Ethics) หรือปรัชญาศีลธรรม (Moral Philosophy) ศึกษาคำถามว่าความดีคืออะไร เราควรใช้ชีวิตอย่างไร และมนุษย์ควรเป็นคนแบบไหน แกนของศาสตร์นี้ครอบคลุมประเด็นเรื่องหน้าที่ ผลลัพธ์ของการกระทำ คุณธรรม ความรับผิดชอบ ความเมตตา ความยุติธรรม ความละอาย และความผิด
ปรัชญาอิสลามเป็นประเพณีทางความคิดที่ตั้งคำถามร่วมกันหลายข้อ ได้แก่ ความสัมพันธ์ระหว่างเหตุผลกับวิวรณ์ ธรรมชาติของจิตวิญญาณ (soul) หนทางการรู้จักพระเจ้า บทบาทของปัญญา (intellect) จินตนาการในเชิงศักดิ์สิทธิ์ โลกแห่งภาพภายใน การส่องสว่างของความรู้
ปรัชญายิวเป็นสายความคิดที่ตั้งคำถามว่ามนุษย์สัมพันธ์กับพระเจ้า ภาษา กฎหมาย และผู้อื่นอย่างไร โดยไม่แยกศรัทธาออกจากเหตุผลอย่างเด็ดขาด นักคิดในสายนี้มองว่าคัมภีร์ ตัวอักษร และพิธีกรรมมีความหมายหลายชั้น ต้องอาศัยการตีความมากกว่าการอ่านตามตัวอักษรเพียงอย่างเดียว ควบคู่กันไปมีสายความคิดคับบาลาห์
ปรัชญาศาสนาแตกต่างจากจิตวิทยาศาสนา (Psychology of Religion) ตรงที่ไม่ได้ตั้งคำถามหลักว่า "ศาสนาทำงานกับจิตอย่างไร" แต่ตั้งคำถามเชิงปรัชญาโดยตรงว่า พระเจ้ามีอยู่จริงหรือไม่ หากมี ความชั่วเป็นไปได้อย่างไรในโลกที่พระเจ้าทรงดีและทรงอำนาจ ศรัทธากับเหตุผลอยู่ร่วมกันได้หรือไม่ วิญญาณคืออะไร
ลัทธิเพลโตวางความจริงไว้เป็นลำดับชั้น โดยมีแบบรูป (Form) หรือมโนภาพ (Idea) เป็นความจริงที่อยู่เหนือโลกวัตถุ สิ่งเฉพาะหน้าที่เราพบเห็นในโลกเป็นเพียงสิ่งที่มีส่วนร่วมกับแบบรูปที่สมบูรณ์กว่า วิญญาณของมนุษย์จึงมีศักยภาพจะไต่ระดับขึ้นจากโลกแห่งเงาไปสู่ความดี ความงาม และเอกภาพสูงสุด
ปรัชญาการเมืองคือการไต่สวนเชิงวิพากษ์ว่ามนุษย์ควรอยู่ร่วมกันอย่างไรโดยไม่ทำลายกันเอง คำถามแกนกลางของสายนี้ครอบคลุมธรรมชาติของรัฐ อำนาจ เสรีภาพ ความยุติธรรม สัญญาประชาคม สิทธิ ความรุนแรงทางการเมือง อุดมการณ์ กฎหมาย ความชอบธรรม การครอบงำ และความเสมอภาค
แกนกลางของสำนักคิดนี้คือคำถามว่าชีวิตที่ดีคืออะไร คุณธรรมเกิดขึ้นได้อย่างไร และสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีจุดมุ่งหมาย (telos) ของตัวเองแบบใด อริสโตเติลมองว่ามนุษย์ไม่ได้เกิดมาสมบูรณ์ตั้งแต่ต้น แต่ค่อย ๆ กลายเป็นตัวเองผ่านการฝึกฝนซ้ำจนเกิดเป็นลักษณะนิสัย (hexis) ผ่านการใช้เหตุผลเชิงปฏิบัติ (phronesis)